หนึ่งในสนามบินที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลกอย่าง Changi ที่ประเทศสิงค์โปร์นั้นก็ขยันในการพัฒนาสนามบินให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย โดยปัจจุบันก็มีโปรแกรมที่ชื่อว่า SMART Airport เพื่อปูทางที่จะพัฒนาสนามบินแห่งนี้ไปสู่ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่มาประเทศสิงค์โปร์

แน่นอนว่าขึ้นชื่อ SMART นั้นก็คงจะต้องประกอบไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย ซึ่งก็มีการใช้ทั้ง Sensor ตรวจจับต่างๆ การวิเคราะห์ข้อมูลมากมาย และการใช้ AI เพื่อให้ประสบการณ์การที่สนามบินนั้นขึ้นชื่อว่า Seamless (ไร้รอยต่อ)

อย่างในปัจจุบัน ระบบการตรวจจับภาพด้วยกล้องต่างๆ ที่ติดตั้งในสนามบินร่วมกับการใช้ AI ประมวลผลนั้นสามารถตรวจจับวัตถุแปลกปลอม สิ่งของที่นักท่องเที่ยวทำหล่น หลงลืม และสามารถแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้ และนอกจากนั้นแล้ว ระบบของการตรวจจับใบหน้ายังถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มทดสอบที่จะใช้ในการ Check-in และ Drop-off กระเป๋าต่างๆ หรือแม้แต่การผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

นอกจากการใช้ Sensor ต่างๆ แล้ว การวิเคราะห์ข้อมูลสายการบินต่างๆ และนำมาประมวลผลข้อมูลโดย AI ก็สามารถนำมาใช้ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวและสัมภาระ เพื่อสามารถทำให้เตรียมการเจ้าหน้าที่ต่างๆ ให้พร้อมรับกับปริมาณของผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นได้ทันท่วงทีเพื่อให้การไหลเวียนของนักท่องเที่ยวนั้นคล่องตัว ไม่ติดขัด

จะเห็นว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริการและสร้าง Customer Experience นั้นสามารถทำได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องของ Advertising / Communication แต่เป็นตัวทำให้สินค้าและบริการต่างๆ ขององค์กรดีขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งก็เป็นอีกแง่คิดสำคัญที่ธุรกิจจะต้องปรับตัวต่อไปหลังจากการมีเทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มเข้ามามากขึ้นนั่นเอง

เรียบเรียงจากบทความ These 5 Comapnies Are Using AI And Data To Improve Experience