Critical Thinking กลายเป็นหนึ่งในทักษะที่ถูกพูดถึงเยอะหลังจากที่ในรายงานต่างๆ ของทักษะอนาคตมีการหยิบ Critical Thinking มาเป็นหนึ่งในทักษะอันดับต้นๆ ที่จำเป็น ส่วนหนึ่งก็เพราะเรากำลังอยู่ในยุคของข้อมูลข่าวสารที่ล้นทะลักและคนทำงานจำเป็นต้องมีการคิดที่สามารถแยกแยะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วองค์ประกอบของ Critial Thinking มีอะไรบ้างล่ะ?

ถ้าว่ากันโดยพื้นฐานแล้ว กระบวนการคิดแบบ Critical Thinking นั้นจะอยู่บนพื้นฐานสำคัญ 4 อย่างด้วยกัน

critical thinking

การใช้เหตุผล (Reasoning)

แน่นอนว่าการคิดแบบ Critical Thinking นั้นไม่ใช่การคิดแบบคิดเองเออเอง หากแต่มุ่งเน้นการใช้เหตุและผลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร สมเหตุสมผลหรือไม่ น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการใช้เหตุผลนี้เองจะทำให้เราลดการเชื่อเรื่องราวต่างๆ โดยใช้อารมณ์ซึ่งมักเป็นที่มาของอคติหรือการตัดสินใจโดยไม่ได้วิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน

การเปิดใจ (Open Mind)

เมื่อเป็นการคิดแบบวิเคราะห์แล้วนั้น สิ่งที่จะควบคู่กันมาคือการเปิดใจและมองสิ่งต่างๆ โดยรอบ ไม่ใช่การมองโดยเลือกเฉพาะมุมมองที่ตัวเองอยากมองเท่านั้น (หรือที่หลายๆ คนมักจะเรียกว่าการมองแบบมีอคติ) ทั้งนี้เพื่อทำให้เราสามารถเห็นภาพรวมหรือเห็นข้อเท็จจริงต่างๆ จากทุกๆ ด้าน ขณะเดียวกันมันคือการทำให้เราไม่ปักใจเชื่ออะไรไปก่อนและเปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้การตัดสินใจเราดีขึ้น หรือแม้กระทั่งอาจจะเปลี่ยนการตัดสินใจไปเลยก็ได้

การวิเคราะห์ (Analysis)

เมื่อเรามีข้อมูลต่างๆ แล้ว สิ่งที่ตามมาคือการคิดวิเคราะห์ต่างๆ อย่างถี่ถ้วน เพื่อจะสามารถประเมินข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ ซึ่งการคิดวิเคราะห์นี้เริ่มตั้งแต่การแยกแยะและจัดประเภทข้อมูล การประเมินความถูกต้องต่างๆ การทำความเข้าใจ ตลอดไปจนถึงสรุปความจากข้อมูลต่างๆ ที่ได้มา

การใช้ตรรกะ (Logic)

นอกจากเหตุและผลแล้ว การใช้ตรรกะก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน ซึ่งตรรกะนั้นจะเป็นการหาบทสรุปจากข้อมูลต่างๆ ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ซึ่งจะนำไปสู่การเห็นข้อมูลว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นความคิดเห็น สมมติฐาน ที่มีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร นอกจากนั้นแล้วการใช้ตรรกะยังทำให้เราสามารถเห็นการเชื่อมโยงของข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อใช้อ้างถึงและสรุปความอย่างเป็นเหตุและผลอีกด้วย