หนึ่งในเทรนด์ที่ผมพูดไว้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาของการทำคอนเทนต์คือการขยายตัวของคอนเทนต์ที่มากขึ้นทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เล่นที่ลงสนามมาทำคอนเทนต์แข่งกันตลอดไปจนถึงจำนวนแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้น

ผลที่ตามมาคือการที่เรากำลังอยู่ในภาวะที่มีความหลากหลายของคอนเทนต์มากกว่าสมัยแรกเริ่มของ Social Media อย่างเห็นได้ชัด และนั่นคงไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าพึงประสงค์สำหรับคนทำคอนเทนต์เดิม ตลอดไปจนถึงนักการตลาดที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การสื่อสารการตลาดที่น่าปวดหัวนี้

เพื่อให้เห็นภาพ เรามองย้อนกลับไปสัก 5 ปีที่แล้วนั้น การทำคอนเทนต์จะยังโฟกัสอยู่กับการทำ Social Media Post อย่างเช่น Facebook Photo หรือ Blog โดยที่อาจจะมีการทำ Video Content บ้าง (แต่ก็ยังติดกับเงื่อนไขของต้นทุนการผลิตอยู่) ทำให้การทำคอนเทนต์ช่วงแรกยังอยู่กับเรื่องของ “ภาพ” และ “บทความ”​กันเป็นสำคัญ

แต่พอเวลาล่วงเข้ามาปัจจุบันนั้น เราเห็นว่ามีคอนเทนต์ให้รูปแบบอื่นๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของคอนเทนต์แบบวีดีโอ ที่มีทั้ง Facebook Video / Instagram Video / YouTube Video แถมล่าสุดก็ยังมี TikTok Video เพิ่มเข้ามาอีก เช่นเดียวกับในส่วนของคอนเทนต์แบบเสียงอย่าง Podcast ที่ก็เริ่มมีตลาดที่ชัดเจนของตัวเองด้วย ซึ่งถ้าพอจำแนกเร็วๆ แล้วเราก็อาจจะเห็นความเยอะของสื่อวันนี้พอสมควร

  • Text Content: Blog / Article
  • Visual Content: Facebook Photo / Instagram Photo / Story
  • Video Content: Facebook Video / Instagram Video / YouTube Video / TikTok Video
  • Audio Content: Podcast

นี่เรายังไม่นับกับคอนเทนต์กับสื่อ Traditional อย่าง Out of Home / TV / Radio ที่ทีมคอนเทนต์ก็ต้องไปข้องเกี่ยวด้วยถ้าเป็นบริษัทสเกลใหญ่

ประเด็นนี้เองน่าจะนำมาสู่ปัญหาใหญ่ขององค์กรต่อจากนี้ คือการที่จะสื่อสารไปยังคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ นั้นก็จะยุ่งยากกว่าเดิม ไม่สามารถใช้วิธี Copy / Paste ได้ถ้าหากจะต้องการประสิทธิภาพที่ดี ทั้งนี้เพราะคอนเทนต์ที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อแพลตฟอร์มนั้นๆ ก็ย่อมดีกว่าการเป็นคอนเทนต์ที่ Resize หรือปรับมาจากแพลตฟอร์มอื่นเป็นธรรมดา แถมยิ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีคนทำคอนทเนต์หลักที่แข็งแกร่งในแพลตฟอร์มนั้นๆ เองอยู่แล้วด้วย

จากสถานการณ์นี้ก็อาจจะทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องคำนึงและวางแผนกันยกใหญ่ในเรื่องการผลิตคอนเทนต์ว่าจะต้องทำอย่างไรกันดี หากเป็นเอเยนซี่ก็ต้องมาวางโครงสร้างในการทำงานให้กับลูกค้าของตัวเองเช่นเดียวกับต้นทุนที่ต้องบริหารด้วยนั่นเอง เพราะมันนำมาสู่ประเด็นมากมาย เช่น

  • การปรับ “เนื้อหา” ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มจากเนื้อหาหลักที่ต้องการสื่อสาร
  • การ “ผลิตใหม่” ของคอนเทนต์ตามเนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม
  • การปรับวิธีการเผยแพร่คอนเทนต์ เช่นการจัดตารางโพสต์เพื่อร้อยเรียงคอนเทนต์ต่างๆ ให้ไปทางเดียวกัน โดยอาจจะไม่ต้องโพสต์พร้อมๆ กันก็ได้

ทั้งนี้ว่ากันจริงๆ แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็น่าจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อยๆ จากการแข่งขันของคนทำคอนเทนต์ไม่ว่าจะในกลุ่มแบรนด์ด้วยกันหรือเหล่า Content Creator คนอื่นๆ ด้วย และก็คงเป็นโจทย์ต่อไปให้กับทีมสื่อสารการตลาดว่าจะรับมือกับมันอย่างไรนั่นเอง