ถ้าพูดถึงเรื่องการทำ Content Marketing สำหรับสินค้าทั่วๆ ไปแล้วนั้น หลายคนก็คงเน้นไปเรื่องของการทำ Sale Content ประเภทว่าเห็นแล้วคลิกซื้อ ปิดการขายให้เร็ว และนั่นทำให้วิธีการพาดหัว การเขียนข้อความต่างๆ ตลอดจนการออกแบบเน้นไปเรื่องการพยายามทำให้ลูกค้าสนใจและตัดสินใจให้ได้โดยเร็ว

แต่ถ้าเกิดเราเป็นธุรกิจที่ลูกค้าไม่ได้ต้องซื้อเดี๋ยวนั้น หรือต้องใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจนานๆ แล้วเราจะทำ Content Marketing กันอย่างไร? เราจะหาคอนเทนต์แบบไหนมาโพสต์บนสื่อของเราอย่าง Facebook Instagram YouTube หรือ Website ดี? ผมเลยขอหยิบแนวคิดและเป้าหมายของการทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้มาสรุปเป็นไอเดียแล้วกันนะครับ

1. ทำคอนเทนต์เพื่อสร้างการรับรู้สินค้า

กรณีนี้จะเป็นการทำเพื่อ Product / Brand Awareness ที่เน้นความต่อเนื่อง ให้คนรู้ว่ามีสินค้าอยู่ในตลาด เรายังทำธุรกิจอยู่ (ประมาณว่าอยากซื้อเมื่อไรก็เด้งมาแล้วกัน) และเพื่อกันไม่ให้แบรนด์คู่แข่งเข้ามาแย่ง Top of Mind ไปจากลูกค้า ซึ่งเคสของการทำคอนเทนต์แบบนี้ก็มักจะเน้นเรื่องการมาผ่านตากลุ่มเป้าหมายอยู่เรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ

2. ทำคอนเทนต์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

เมื่อการซื้อสินค้าต้องใช้เวลาในการตัดสิน และหลายๆ ครั้งความเชื่อมั่น การไว้ใจในตัวผู้ผลิตก็เป็นปัจจัยสำคัญของการซื้อสินค้า (เมื่อต้องซื้อ) นั่นทำให้หลายๆ ธุรกิจก็ใช้คอนเทนต์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เช่นการแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความชำนาญในเรื่องนั้นๆ อย่างการมาแนะนำหรือรีวิวเรื่องต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังรวมถึงการนำเสนอว่ามีลูกค้าคนไหนมาใช้บริการเพื่อให้เห็นความมั่นใจของลูกค้าคนอื่นๆ ก็ได้

3. การทำคอนเทนต์เพื่อแก้ปัญหากับลูกค้าเดิม

การทำ Content Marketing ไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ขาย” เสมอไป หากแต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือลูกค้าและทำให้ลูกค้าไม่เกิดปัญหาหลังจากที่ซื้อสินค้าไปแล้วด้วย และนั่นทำให้หลายธุรกิจก็นำสื่อของตัวเองมาทำคอนเทนต์ในหมวดนี้เพื่อให้คนเห็นว่าธุรกิจตัวเองมีการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างการทำงานจริง

ธุรกิจ: ร้านขายแบตเตอรี่รถยนต์

คอนเทนต์ที่ทำ (หัวข้อ)

  • อัพเดทเรื่องราวของแบตเตอรี่รุ่นต่างๆ ที่ขาย
  • การอธิบายปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับรถที่เกี่ยวเนื่องกับแบตเตอรี่
  • ถามตอบปัญหาเกี่ยวกับการเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์
  • ขั้นตอนการแก้ปัญหารถยนต์ที่เกิดขึ้น
  • รีวิวจากลูกค้าต่างๆ