ถ้าพูดกันเรื่องคอนเทนต์นี้จะเวิร์คหรือไม่เวิร์คนั้น เราก็มีหลายๆ โมเดล หลายวิธีคิดเอาไว้ตัดสินหรือช่วยประเมินภาพกัน (ซึ่งผมก็เคยเขียนอธิบายไว้ไปบ้างแล้ว)

แต่ถ้าถามโมเดลที่ผมมักจะใช้อธิบายบ่อยๆ ก็คงไม่พ้นตัว Content Quality Matrix ที่ผมใช้บรรยายเวลาทำ Content Strategy ในคลาส Content Marketing ซึ่งใช้วิธีคิดง่ายๆ ว่าการเสพคอนเทนต์โดยทั่วไปนั้นเกิดจากสองปัจจัยเป็นสำคัญ

  1. คอนเทนต์นั้นมีประโยชน์หรือมีเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับคนเสพคอนเทนต์ (Utilitiy)
  2. คอนเทนต์นั้นนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ (Creativity)

ซึ่งพอเป็นแบบนี้แล้วเราก็จะได้ Matrix ง่ายๆ ตามรูปด้านล่างนี้

เมื่อเราได้รูปแบบนี้แล้ว เราก็จะถามว่าคอนเทนต์ที่เราทำอยู่นั้นตกอยู่ในกล่องไหน แน่นอนว่าช่อง (2) คงเป็นช่องที่เราอยากได้มากที่สุด รองลงมาคือ (1) และ (4) ส่วนช่องที่ (3) นั้นคือคอนเทนต์ที่ควรจะให้น้ำหนักน้อยหรืออาจจะตัดออกถ้าไม่จำเป็น

ตัว Matrix นี้อาจจะไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีในการเช็คได้ว่าคอนเทนต์ของเรานั้นมีโอกาสที่จะเวิร์คมากน้อยแค่ไหน หากสิ่งที่เราพูดไปไม่มีทั้งความน่าสนใจ และไม่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคแล้ว มันก็ยากที่จะเวิร์คนั่นเอง (ต่อให้เราจะเสียเงิน Boost ออกไปมากแค่ไหนก็เถอะ)