ช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ ผมว่าหลายๆ คนคงได้ยินเทรนด์ของการเกิดธุรกิจ Startup อย่างมาก เทคโนโลยีดิจิตอลทำให้หลายๆ คนซึ่งมีไอเดียดีๆ ผันตัวเองจากพนักงานบริษัทกลายมาเป็นผู้ประกอบการและเจ้าของบริษัท โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เรียกว่า Tech Startup ซึ่งเน้นเรื่องการคิดบริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตอลอย่างเช่นการสร้างแอพพลิเคชั่นดีๆ หริือเปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมคิดและพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหลายๆ คนอยู่บ่อยๆ ก็คือเหล่าบรรดา Startup เหล่านี้มีไม่เยอะที่จะประสบความสำเร็จระยะยาว หลาย Startup เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างสีสันแบบวูบวาบแต่สุดท้ายก็หายเงียบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน มีน้อยบริษัทที่จะคงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบกับพอดีที่ผมไปอ่านเจอบล็อกซึ่งมี Infographic เกี่่ยวกับสถิติการทำธุรกิจของบริษัทต่างๆ ในสหรัฐ แน่นอนว่ามันก็มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริษัทที่ล้มหายตายจากไปอยู่ไม่น้อย เช่น

  • ในทุกๆ ปีจะมีบริษัทแบบ Startup กว่า 500,000 บริษัทเกิดขึ้น
  • แต่ 1 ปีหลังจากนั้น กว่า 50% ต้องปิดตัวลง
  • และอีก 56% ต้องปิดตัวหลังจากผ่านไป 5 ปี

ความน่าสนใจจากข้อมูลนี้คือเทคโนโลยีดิจิตอลอาจจะทำให้เกิดบริษัทต่างๆ มากมายก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีที่รวดเร็วจนหลายๆ คนตามไม่ทัน มันก็เลยเป็นเหตุที่หลายๆ บริษัทก็เอาตัวไม่รอดด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว ผมยังนึกถึงที่เคยเขียนบล็อกไว้ว่า “การทำงานที่ดีเริ่มจากปัญหา” ซึ่งนั่นก็แบบเดียวกับที่ผมมองว่าธุรกิจ Startup หลายรายก็เจอปัญหาแบบนั้น กล่าวคือสร้างธุรกิจจากไอเดียที่ “ชั้นอยากทำ” แต่ไม่ใช่สิ่งที่ “คนต้องการ” และแก้ปัญหาให้กับสิ่งที่คนเจออยู่ พอเป็นอย่างนี้แล้วมันเลยเป็นไอเดียที่ดูว้าวๆ ตื่นเต้น แต่ไม่ได้เหมาะที่จะนำมาใช้จริงแต่อย่างใด

บล็อกนี้ก็ถือว่าเอาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันครับ ผมเชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนอาจจะเห็นเทรนด์การออกมาทำธุรกิจด้วยตัวเองแล้วน่าจะสบายกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่สิ่งที่หลายๆ คนไม่รู้คือการทำธุรกิจด้วยตัวเองนั้นไม่ได้ง่ายและสบายไปกว่ากันหรอก แถมมีจำนวนมากที่เจ๊งและไปไม่รอดด้วย ฉะนั้นคิดให้รอบเสียก่อนเป็นดีนะครับ

8510396830_081b80fa4b_o