ในชีวิตการทำงานนั้น มีบ่อยครั้งเป็นธรรมดาที่เราต้องทำงานกับคนอื่น ฝ่ายอื่น แล้วงานของแต่ละฝ่ายก็ต้องมารวมกัน เชื่อมเข้าด้วยกัน

แต่สิ่งที่เรามักพบว่าเป็นปัญหาและนำไปสู่การผิดใจกันอยู่บ่อยๆ คือการรออีกฝ่าย รอกันไปรอกันมา ไอ้คนโน้นไม่เสร็จไอ้นี่ ไอ้คนนี้ไม่ทำอันนั้น สุดท้ายอะไรๆ ก็เลยกระทบกันไปหมด ช้ากันไปเสียซะทุกอย่าง

อันที่จริงแล้วถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่าบ่อยครั้งนั้นเรามักมองงานก้อนที่ต้องรวมพลังจากทุกๆ คนเข้าด้วยกันว่าเป็นงานเดียวกัน ฉะนั้นจะขาดใครคนหนึ่งไม่ได้ ประเภทถ้าเร็วก็เร็วด้วยกัน ช้าก็ช้าด้วยกัน และไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าแนวคิดนี้เองที่ฉุดให้บางงานของเราไม่ได้ไปไหนกันสักทีเพราะต่างฝ่ายก็อ้างกันไปอ้างกันมาว่ารอคนโน้น รอคนนี้ รอคนนั้น

สุดท้ายเอาแต่รอกัน แต่ไม่ลงมือทำกันเสียที

ในชีวิตการทำงานผมก็เจอข้ออ้างแบบนี้บ่อย ตัวเองก็เคยใช้ ประเภทว่าเดี๋ยวรอให้ฝ่ายโน้นทำมาก่อน แล้วเราค่อยเอาไปทำต่อ ตอนนี้รอไปก่อน

จริงๆ บางงานก็อาจจะต้องเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะไม่งั้นจะเป็นการเสียแรงเปล่า สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเสียยังดีกว่า

แต่กับบางงานนั้น เราสามารถใช้เวลาระหว่างที่กำลัง “รอ” ทำอย่างอื่นได้ หรือเอาไปคิดต่อยอดเพื่อที่จะทำให้งานที่กำลังมานั้นวิ่งต่อได้ทันที ไม่ใช่มาหยุดแล้วนับหนึ่งใหม่

รวมทั้งหลายๆ ครั้งที่เรามองไม่ออกว่าจริงๆ แล้วงานที่เราอ้างว่า “รอ” อยู่นั้นมันแยกขาดจากงานที่เราจะต้องทำเสียอีกต่างหาก จากความเข้าใจเดิมที่บอกว่า “มาทำต่อ” แต่จริงๆ แล้วคือ “มาประกอบ” เสียมากกว่า

ฉะนั้นแล้ว การทำงานร่วมกับคนอื่น ทีมอื่น ก็จำเป็นอยู่ไม่น้อยที่จะต้องมองให้ออกว่าการทำงานร่วมกันนั้น เป็นการทำงานแบบต่อเนื่องกัน ทำงานประสานกัน หรือทำงานของแต่ละฝ่ายแล้วเอามารวมกัน หากคนทำงานสามารถมองวิเคราะห์ได้ ก็อาจจะช่วยให้งานที่เคยอ้างว่า “ต้องรอ” ก็ “ไม่ต้องรอ” อีกต่อไป