ถ้าพูดถึงบรรดา 3 ค่ายมือถือสื่อสาร “ตัวตน” ของแบรนด์ออกมาได้ดีนั้น ผมมักจะยกค่าย dtac อยู่เสมอเพราะหนังโฆษณาหรือภาพของแบรนด์นั้นมีความโดดเด่นในเรื่อง Emotional Connection อยู่พอสมควร โดยสิ่งเหล่านี้ท้ายที่สุดคือการแสดง Brand Purpose / Beleif ออกมาแทนที่จะเน้นพูดเรื่องของ Functional Benefit เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างที่หลายๆ คนอาจจะเห็นก่อนหน้านี้คือโฆษณา Disconnect to Connect เมื่อหลายปีก่อนที่สร้างเสียงฮือฮาอยู่พอสมควรเพราะเป็นโฆษณาที่ค่ายมือถือกล้าที่จะบอกให้วางมือถือ (ที่เป็นธุรกิจของตัวเอง) และไปคุยจริงๆ กับคนข้างๆ

ล่าสุด dtac เองก็ยังย้ำใน “ความเชื่อ” เดิมของตัวเองกับโฆษณาใหม่ที่มากับคอนเซปต์ว่า “เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ความรัก” ซึ่งก็ยังมีหลายโมเมนต์ที่สะท้อน “ความเชื่อ” ออกมาให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีอาจจะทำให้เราทำอะไรได้มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจจะไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีอะไรเลยก็ได้

ในความเห็นของผมแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ Viral Video ที่หลายๆ คนมองว่าเนื้อหาซึ้งๆ เลยทำให้มัน “ฮิต” แต่มันเป็นคอนเทนต์ที่อธิบาย “ตัวตน” ของแบรนด์ที่ให้ผู้บริโภคได้รู้สึกเชื่อมโยงและรู้สึกร่วมไปด้วย (ตรงนี้สำคัญอย่างไร อาจจะลองคิดต่อยอดจากบล็อกที่ผมเขียนเรื่อง Path to Purpose ก็ได้นะครับ) ซึ่งเราจะเห็นแบรนด์ดังๆ อย่าง P&G Coca-Cola เองก็จะมีไดเรคชั่นไปในแบบนี้เช่นกัน