จากประสบการณ์ของผมนั้น การมีหัวหน้าที่ดีนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ชีวิตในที่ทำงานง่ายขึ้นในช่วงวันแรกๆ ของการทำงานก็คือตัวคนสอนงานนี่แหละ

คนสอนงานในหลาย ๆ ครั้งมีตั้งแต่คนที่อยู่ก่อน (และกำลังจะไป) เพื่อนร่วมงานตำแหน่งเดียวกัน หรือตัวหัวหน้าเองที่ลงมาสอนและกำกับว่าต้องการให้ทำอะไร

และถ้าว่ากันจริง ๆ ถ้าสอนงานดีแล้ว คนใหม่ก็สามารถทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว ผิดพลาดน้อย เรียกว่าทำงานกันได้ทันที แต่ถ้าสอนงานกันแบบผิดๆ แล้วล่ะก็ ปัญหาตามมาจะมีมากมายเลยทีเดียวเหมือนกัน

ถ้าเรามองลักษณะของการสอนงานที่ดีมีอะไรบ้างนั้น ก็จะอยู่ในลักษณะดังต่อไปนี้

อธิบายที่มาที่ไปของงาน

ไม่ใช่แค่การอธิบายว่า “ทำอะไร” แต่คนสอนงานต้องไล่เรียงให้เห็นว่า “ทำไปทำไม” เพื่อให้คนทำงานเข้าใจว่าตัวเองกำลังเป็นฟันเฟืองสำคัญของการทำอะไร ทำไมงานนี้ถึงสำคัญ และมีความรับผิดชอบต่ออะไรบ้าง

ให้เห็นทั้งภาพรวม

ภาพกว้าง และรายละเอียดการที่จะทำงานให้ดีนั้น คนทำงานก็ต้อง “เห็นภาพ” ของการทำงานกันเสียก่อนว่าภาพใหญ่ของงานคืออะไร มีใครเกี่ยวข้อง มีงานของคนอื่นที่มาเกี่ยวพันอย่างไร เราจะต้องทำงานร่วมกับใครบ้าง เช่นเดียวกับการเจาะลงไปในรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อะไรเป็นจุดที่สำคัญต้องระมัดระวังและควรใส่ใจ

อธิบายเป็นขั้นเป็นตอน

ลำดับอย่างเหมาะสมการสอนงานก็ไม่ต่างจากการสอนหนังสือหรือการสอนทักษะอะไรใหม่ ๆ ให้กับคนที่ไม่รู้ นั่นจำเป็นที่คนสอนต้องมีการวางแผนและเรียงลำดับให้ดีว่าควรจะเริ่มให้รู้จักอะไร จากประเด็นไหนไปสู่ประเด็นไหน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ปะติปะต่อเรื่องไม่ได้

ใส่ใจกับผู้ถูกสอน

คงไม่มีใครอยากถูกสอนงานแบบขอไปที ไม่ก็โยนงานโครมๆ ให้ไปทำแบบไม่รู้อะไร อย่าลืมว่าคนทำงานหลายคนยังใหม่ ยังไม่คุ้นเคย และต้องการสิง่ที่ช่วยทำให้เขาหายวิตกกังวล ผู้สอนงานจึงไม่ใช่แค่ให้ข้อมูลให้ครบๆ ไป หากแต่ต้องใส่ใจผู้ถูกสอนด้วยว่าอยู่ในสภาวะอย่างไร มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

ที่เล่าสู่กันฟังนี้ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว เราจะพบว่าหลายออฟฟิศสอนงานกันแบบมีปัญหามาก และนำไปสู่การที่พนักงานใหม่สับสน ทำงานไม่เป็น โดนตำหนิ และทำให้พนักงานหลายคนเครียดจนถึงขั้นลาออกไปเลยก็มีฉะนั้นแล้ว ถ้าใครเป็นหัวหน้าคน ก็อย่าลืมดูตอนสอนงานด้วยนะครับ