จากการที่ธุรกิจเจออุปสรรคที่ชื่อว่า COVID-19 ทำให้การทำงานแบบ Remote Working ภาคบังคับถูกนำมาใช้ในแบบ Work From Home แล้วก็ทำให้หลายคนอาจจะเห็นถึงประโยชน์ของ Remote Working ซึ่งถูกใจหลาย ๆ คนอย่างมากเช่นการไม่โดนตามตัวระหว่างวัน การได้โฟกัสกับงานมากขึ้น การประหยัดเวลาในการเดินทาง ฯลฯ เรียกได้ว่าถ้าหยิบข้อดีมาพูดกันก็เขียนได้เยอะมากทีเดียว

จึงไม่แปลกที่หลาย ๆ บริษัทเริ่มคิดที่จะเอานโยบาย Remote Working มาใช้งานกันแบบจริงจังแม้ว่า COVID จะจบลง เพราะเห็นว่าเทคโนโลยีปัจจุบันเอื้อให้เราสามารถทำงานแบบ Remote Working ได้สะดวกกว่าเดิม

แต่สิ่งที่น่าคิดคือวันนี้เราพูดกันถึงข้อดีมากมายของ Remote Working กัน แต่เราเคยคิดถึงข้อเสียของมันอย่างถี่ถ้วนแล้วหรือยัง ?

ถ้าเราพูดถึงข้อดีในสิ่งที่ใหม่ที่เริ่มทำกันนั้น แน่นอนว่ามันทำให้เราเห็น “ความแตกต่าง” ที่เกิดขึ้นแบบทันทีอย่างเห็นได้ชัด เช่นความสะดวกต่าง ๆ การรู้สึกดีจากที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ฯลฯ 

ส่วนบรรดาข้อเสียนั้นเราก็จะเห็นถึงข้อเสียที่เกิดขึ้นทันทีเหมือนกันเช่นการประชุมที่เยอะขึ้น (ทางออนไลน์) หรือการไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างที่เคย การประสานงานที่มีปัญหาบ้างเพราะไม่ได้เจอหน้ากัน ถามกันได้สะดวกแบบแต่ก่อน ฯลฯ แล้วพอเจอปัญหาแบบนี้เราก็จะพยายามหาวิธีการเพื่อมาแก้ปัญหา ซึ่งก็มักจะเป็นเครื่องมือหรือเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ปัญหา เช่นการสร้าง Team Room การใช้ Messaging App ในการสื่อสารต่าง ๆ การคุยแบบ Virtual Meeting ฯลฯ

และที่เล่ามานั้นคือการพิจารณาข้อดี-ข้อเสียจากสิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นผลกระทบที่เห็น ณ ขณะนี้ หรือตอนที่เราเริ่มใช้วิธีการทำงาน Remote Working ซึ่งเรายังไม่เคยใช้มาก่อน

แต่คำถามที่น่าคิดคือเราได้คิดถึงผลกระทบระยะยาวจากการใช้ Remote Workiing หรือยัง? เราได้ตริตรองหรือเปล่าว่ามันจะส่งผลอะไรหรือเกิดอะไรต่อเนื่องไปจนถึงสิ่งที่เราคาดไม่ถึงกันบ้าง?

เรื่องนี้เป็นสิ่งน่าคิดเหมือนกับ Social Media ที่ตอนเกิดมามันก็มีข้อดีมากมาย มันล้มล้างกรอบแบบเดิมที่ทำให้คนชื่นชมและยกย่องมันใหญ่โต แต่เราก็มาพบกันในภายหลังว่าการใช้งาน Social Media มากเกินไป หรือการติด Social Media นำไปสู่อะไร? จิตใจของผู้เล่นเป็นอย่างไร? จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวันนี้ว่า Social Media มีคุณก็จริง แต่ก็มีโทษมากไม่แพ้กัน

และโทษเหล่านั้นเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึงมันด้วยซ้ำเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนที่ Social Media กำลังบูม คนกำลังแห่ใช้งาน ธุรกิจกำลังไปได้ดี ฯลฯ

ย้อนกลับมาเรื่อง Remote Working นั้น สิ่งที่เราอาจจะต้องคิดกันดี ๆ คือการเลือกทำงานแบบนี้จะส่งผลดีอย่างที่เราคิดกันจริง ๆ หรือเปล่า? มันจะมีภัยแอบแฝงอะไรหรือเปล่า?

เรื่องนี้ก็เริ่มมีพูดถึงโดยเชื่อมโยงว่าการขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานนั้นจะนำมาซึ่งการที่พนักงานรู้สึกร่วมกับองค์กรน้อยลงเรื่อย ๆ บางคนอาจจะถึงขั้นหมดความสัมพันธ์ที่มีกับองค์กร ลาออกอย่างไม่ไยดี ขาดแรงบันดาลในการทำงาน ฯลฯ เช่นเดียวกับที่เราก็รู้กันดีว่าการประชุมออนไลน์นั้นไม่ได้เหมือนกับการประชุมในชีวิตจริง ซึ่ง “สิ่งที่ขาดหายไป” นี้เองถ้าสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลอย่างไรกับการทำงานกัน จะมีผลอะไรกับความสัมพันธ์กับคนที่ทำงานบ้าง

หนึ่งในสิ่งที่ตำราบริหารบุคคลยุคใหม่เริ่มพูดก็คือการโยงว่าคนเรานั้นทำงานกับบริษัทไม่ใช่แค่เรื่อง “งาน” กับ “ผลตอบแทน” เท่านั้น แต่จริง ๆ มันมีเรื่องของบรรยากาศการทำงาน การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ออฟฟิศ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งพอเราเอาสิ่งเหล่านี้ออกหรือลดบทบาทมันไปเพราะการทำงานแบบ Remote Working แล้ว เราเคยคิดไหมว่ามันจะส่งผลอะไรกับบรรดาพนักงานของเรา? เราจะมีอะไรมาทดแทนสิ่งเหล่านี้ได้บ้างไหม?

เพราะเราต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ Remote Working นั้นไม่ดี แต่การทำงานแบบ Remote Working ก็ย่อมมีการแลกเปลี่ยนโดยได้อะไรบ้างอย่างมาแล้วลดทอนบางอย่างออกไป สิ่งที่ตัดออกไปนั้นอาจจะมีบางสิ่งที่สำตัญและมีผลต่อ “ชีวิตในการทำงาน” ที่พนักงานอยู่กับองค์กรโดยเราอาจจะไม่ไดืคิดหรือลืมคิดไปเพราะกำลังโฟกัสกับข้อดีต่าง ๆ ที่ดูดีและจับต้องกันได้ในวันนี้

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว เราก็อาจจะกำลังก่อภัยเงียบกับองค์กรของเรานั่นเอง