การเลิกอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสียทีเดียว

ผมเข้าใจว่าเรามักโตมากับแรงบันดาลใจว่าให้สู้ถึงที่สุด ให้พยายามเข้าใจมันจะสำเร็จ อย่ายอมให้ต้องเลิกธุรกิจ

แต่เอาจริง ๆ บางครั้งมันก็อาจจะไม่ใช่ทางออกที่แย่สักเท่าไร แถมอาจจะดีอีกต่างหากเพราะบางครั้งเรากำลังสู้อยู่ในตลาดที่อยู่ต่อไปก็อาจจะแย่ แถมเจ็บหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ เสียอีกต่างหาก

ในชีวิตจริงที่ไม่เหมือนบรรดาคำคมนั้น เราจะเจอบางสถานการณ์ที่เรากำลังเสียเปรียบมาก ๆ บ้างตลาดก็มาถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้ อาจจะเพราะมีสินค้าใหม่มาทดแทน เทคโนโลยีเข้ามาทำให้อุตสาหกรรมนั้นทำต่อได้ยาก ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว การยอมถอย การหยุด และการเลิกก็เป็นทางเลือกที่ควรนำมาพิจารณาเช่นกัน

หากเรามอง Lifecycle ของสินค้านั้น มันก็มีแบบ S-Curve อย่างที่เรา ๆ รู้กันอยู่ และบางอุตสาหกรรมก็ไม่สามารถสร้าง S-Curve ใหม่ได้ก็ต้องถึงจุดที่ต้องออกจากตลาดไปเป็นธรรมดา

นอกจากนี้แล้ว ในหลาย ๆ ครั้งนั้น การหยุดและเลิกก่อนก็ถือเป็นการ “พัก” ที่ทำให้ไม่เจ็บหนักมาก แล้วรอจังหวะที่ดีแล้วค่อยกลับเข้าไปใหม่ก็ได้ ซึ่งนั่นอาจจะคุ้มกว่าการสู้ต่อแบบไม่ได้สนสถานการณ์ตรงหน้าโดยท้ายที่สุดจะไม่เหลืออะไรเลยก็ได้

เรามักพูดกันบ่อย ๆ ในเรื่องความรักว่าถ้ามันเจ็บและทรมาน ก็พักบ้าง ถอยบ้าง ดีกว่าทนฝืนต่อไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งพอเวลาผ่านไปแล้วอาจจะเจออะไรดีกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ ธุรกิจเองก็คงไม่ต่างกันว่าบางครั้งเราก็ต้องรู้จักที่จะเดินออกจากเกมเพื่อมาเรียนรู้และทบทวนบางอย่าง เพราะถอยในวันที่เรายังมีแรงย่อมดีกว่าถอยในวันที่สุดท้ายจะไม่เหลือแรงอะไรแล้ว
และมันก็อย่างที่หลาย ๆ คนพูดกันนั่นแหละครับว่าการหยุด การเลิก ไม่ได้แปลว่าล้มเหลว แพ้แต่อย่างใด

มันอาจจะแค่ “ยัง” ไม่ได้ชนะวันนี้ นั่นเองล่ะครับ