ในการทำคอนเทนต์ประเภทวีดีโอนั้น หลายๆ คนมักคิดถึงเรื่องการทำ Viral Video เสียส่วนใหญ่ ประเภททำคลิปที่ให้ดัง มีคนแชร์เยอะๆ ซึ่งก็มักออกไปทางเน้นสร้างความตื่นตาตื่นใจ หรือประทับใจกันเสียส่วนใหญ่ แต่สำหรับการทำ Content Marketing นั้น คอนเทนต์ในรูปแบบวีดีโอไม่ได้จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบ Viral Video แต่อย่างใด หากแต่หลายๆ แบรนด์ตีโจทย์ที่จะใช้วีดีโอคอนเทนต์ในการช่วยเหลือและตอบคำถามให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีปัญหาต่างๆ ซึ่งวิธีแบบนี้ก็ค่อนข้างได้รับความนิยมเหมือนกัน เพราะวีดีโอเหล่านี้จะกลายเป็นคอนเทนต์ที่คุณสามารถหยิบนำมาใช้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า (โดยส่วนตัว ผมค่อนข้างชอบคอนเทนต์แบบนี้ทีเดียว) เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นว่าวีดีโอคอนเทนต์ประเภทนี้มีรูปแบบไหนบ้างนั้น ผมเอาคอนเซปต์ที่ทาง MarketingTeechBlog รวบรวมเอาไว้มาให้ดูกัน ซึ่งคิดว่าน่าจะทำให้หลายๆ คนเห็นได้ว่าการทำวีดีโอคอนเทนต์นั้นทำได้หลากหลาย น่าสนใจ แถมยังมีประโยชน์จริงๆ กับกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

1. วีดีโอที่อัดจากหน้าจอเลย

สำหรับหลายๆ บริการที่ต้องการใช้บริการผ่านทางออนไลน์ เช่นการสั่งซื้อสินค้า การตั้งค่าต่างๆ วิธีง่ายๆ ที่หลายคนมักทำกันคือการบันทึกหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาต่างๆ ไปเลยเพื่อแสดงขั้นตอนทีละขั้นจริงๆ บ้างก็อาจจะมีการลงเสียงไปพร้อมๆ กันด้วย วิธีนี้เป็นวิธีที่บรมง่าย ใช้ต้นทุนไม่เยอะ แต่แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ได้ดูหวือหวาและน่าสนใจเมื่อเทียบกับวีดีโอมีการลงทุนทำกันแบบจริงๆ จังๆ เช่นกัน

2. แอนิเมชั่นแบบการ์ตูน (2 มิติ)

รูปแบบนี้ก็เหมือนกับที่เราเห็นกันบ่อยๆ คือการใช้ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มาเล่าเรื่อง สถานการณ์ รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ให้เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก ข้อดีคือการดีไซน์คาแรคเตอร์ต่างๆ นั้นสามารถทำให้เกิดความน่าสนใจ เตะตา ดึงดูดแก่คนที่เห็นได้ อย่างไรก็ตาม การทำวีดีโอคอนเทนต์ประเภทนี้ก็จะยุ่งยากอยู่เสียหน่อยเมื่อต้องมีการวางลำดับเรื่อง / ภาพที่ค่อนข้างละเอียดและคุณเองก็ต้องเจอคนทำแอนิเมชั่นเก่งๆ ด้วยเช่นกัน

3. แอนิเมชั่นแบบวาดรูปบนกระดาษ / กระดานไวท์บอร์ด

เทรนด์นี้เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ และถือว่าน่าสนใจมากๆ เนื่องจากการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของการ “วาดรูป” ถือเป็นอะไรที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ ทั้งนี้เพราะคนคิดต้องทำการบ้านมากพอสมควรว่าจะวาดออกมาอย่างไรให้ต่อเนื่อง ไม่เกิดความผิดผลาด แถมยังต้องรู้เรื่องอยู่เหมือนเดิม

4. กราฟฟิคเคลื่อนไหว

ถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ นั้น วีดีโอประเภทนี้จะเป็นเหมือนงานกราฟฟิคอย่างที่เราเห็นกันแบบ Infographic แต่ทำออกมาให้กลายเป็นแอนิเมชั่นนั่นเอง วีดีโอประเภทนี้จะเหมาะกับพวกการอธิบายธุกิจ หรือการนำเสนอโปรไฟล์ต่างๆ

5. กราฟฟิคเลื่อนไหวแบบมี 3D ในตัว

อันนี้น่าจะเป็นการอัพเกรดจากข้อที่แล้ว โดยมีการใช้งาน 3D เพิ่มเข้ามาด้วย ทำให้ชิ้นงานดูน่าสนใจมากขึ้น ดูพรีเมี่ยมมากขึ้นตามไปด้วย

6. การ์ตูนผสมกราฟฟิค

วิธีนี้คือการเอาจุดเด่นของสองแบบยอดนิยมมาใช้ นั่นคือการใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวดำเนินเรื่อง ในขณะที่ก็จะมีกราฟฟิคมาช่วยอธิบายเสริมข้อมูลไปด้วย นั่นทำให้คนดูเองก็ยังติดตามเรื่องราวผ่านคาแรคเตอร์การ์ตูนนั้น แต่ก็ยังมีการได้รับข้อมูลแบบจริงๆ จังๆ เข้าไปด้วย ซึ่งนั่นทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

7. Stop-Motion

วิธีนี้ออกจะเป็นแนวที่ใช้กันมานานมากแล้ว นั่นคือการทำวีดีโอด้วยการบันทึกทีละเฟรมๆ แน่นอนว่าวิธีนี้ใช้เวลาเยอะมากพอสมควร แต่ก็นั่นเองที่วิธีนี้จะมีกลิ่นอายและเสน่ห์พิเศษที่ต่างจากอันอื่น (ซึ่งมักถูกมองว่าเป็น Computer Graphic)

8. แอนิเมชั่น 3D

เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมและสามารถผลิตได้ง่ายขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากเทคโนโลยีและโปรแกรมต่างๆ นั้นดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ (แต่ก็ยังใช้ต้นทุนที่สูงกว่าการทำแอนิเมชั่นแบบ 2D อยู่ดี)   ภาพจาก http://thestartupvideos.com/