จากสถานการณ์ที่ Facebook ก็ปรับลด Reach จนทำให้คอนเทนต์จากเพจต่างๆ ไปถึงลูกเพจได้น้อยลงไปเรื่อยๆ (เช่นเดียวกับที่ตอนนี้เราเปิด Facebook ก็แทบจะไม่มีเจอคอนเทนต์จากเพจต่างๆ กันแล้ว) พอเป็นแบบนี้ก็จะมีหลายคนตั้งคำถามว่าเรายังจำเป็นต้องการจำนวน Like ของ Facebook Page อยู่หรือเปล่า? ที่ไปกว่านั้นคือเรายังจำเป็นต้องซื้อ Like Ad เพื่อเพิ่มจำนวนคนกดไลค์เพจเราอยู่อีกหรือเปล่า?

การจะตอบคำถามดังกล่าวได้นั้น ก็คงต้องกลับมามองว่ายอดไลค์ต่างๆ นั้นสามารถเอื้อประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งถ้าจะมองง่ายๆ แล้วก็พอมีประโยชน์ที่จับต้องกันได้เร็วๆ อยู่ดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือของตัว Facebook Page

คงต้องยอมรับว่าการเห็นยอดไลค์เพจนั้นมีผลทางจิตวิทยากับคนที่เข้ามาเห็นครั้งแรกๆ ว่าเพจนั้นน่าสนใจแค่ไหน ถ้าเป็นร้านค้าต่างๆ ก็พอจะเป็นเหมือนความประทับใจแรกๆ สำหรับลูกค้าว่าร้านนี้มีคนติดตามมากน้อยแค่ไหน แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นเหตุผลเป็นผล 100% แต่การที่เพจมีคนตามมากพอจำนวนหนึ่ง (หรือมากไปเลย) ก็มีผลทำให้คนรู้สึกว่าเพจน่าเชื่อถือ ในกรณีเป็น Publisher ก็จะรู้สึกว่าคอนเทนต์คงมีคุณภาพจนทำให้มีคนเลือกติดตามเป็นจำนวนมาก และถ้าเป็นแบรนด์ที่ต้องการ Sponsor โดยที่ตัวเองไม่ได้รู้จักเพจมาก่อนก็คงใช้ตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในตัวประกอบการตัดสินใจอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนกรณีถ้าเป็นร้านค้าหรือธุรกิจนั้น ตัวเลขยอดไลค์ก็คงไม่ต่างจากการเห็นว่าร้านนี้มีคนมามุงดู หรือให้ความสนใจมากขนาดไหนเวลาเราเดินห้าง ซึ่งแน่นอนว่าร้านเหล่านี้ก็จะได้รับความสนใจ หรือบางทีก็รับความน่าเชื่อถือมากกว่าร้านที่ไม่มีคนไปยืนดูสินค้า

ฉะนั้นจะบอกว่ายอดไลค์ไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ไม่ใช่ เพราะอย่างน้อยๆ มันก็เป็นตัวเลขที่หลายๆ คนใช้ตัดสินใจตัวเพจในชั่วแวบแรกนั่นแหละ

2. การเอาไปลงโฆษณาที่แม่นยำมากขึ้น

สำหรับสายลงโฆษณาแล้ว เราก็รู้ดีว่าแม้ Facebook จะเปิดให้เราเลือก Audience ได้หลากหลายขนาดไหน แต่การมี “กรอบ” บางอย่างช่วยตีกรอบคนดูก็ย่อมทำให้เราวางกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น และลงโฆษณาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างง่ายๆ คือแทนที่เราจะไปลงโฆษณาประเภทอายุ 18-25 คนที่สนใจเรื่องแฟชั่น อยู่กทม. แต่ถ้าเรามีคนที่กดไลค์เพจเราอยู่แล้ว เราก็สามารถเอาเงื่อนไขการเป็นคนที่กดไลค์เพจของเราเพิ่มเข้าไป ซึ่งอย่างน้อยๆ การจำกัดคนให้อยู่ในเงื่อนไขว่ากดไลค์เพจของเราก็พอจะสามารถอนุมานได้ว่ารู้จักหรือสนใจเราระดับหนึ่ง และนั่นก็ทำให้คุณมีโอกาสเจอลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะหว่านไปเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว มันก็อยู่ด้วยว่าคุณไปทำให้ใครมากดไลค์เพจของคุณ เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณจริงๆ หรือเปล่า

3. ยังไงก็ยังมี Organic Reach อยู่ (แม้ว่าจะน้อยก็เถอะ)

แน่นอนว่าการกด Reach ของ Facebook รอบนี้น่าจะกระเทือนคนทำคอนเทนต์อยู่พอสมควร แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้น 0% เสียทีเดียว (แต่ก็อาจจะน้อยชนิดหลายๆ คนถอดใจ) แต่ก็นั่นแหละว่าอย่างน้อยคุณก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จาก Organic Reach ได้อยู่บ้างถ้าสามารถรู้การเลือกคอนเทนต์ที่ใช่ และโพสต์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมันก็ดีกว่าคุณไม่มีอาวุธอะไรในมือเลยนั่นแหละ

 

3 คำตอบนั้นคือสิ่งที่ผมใช้อธิบายแบบง่ายๆ สำหรับคนที่หลังไมค์มาถามกันว่าสถานการณ์แบบนี้เรายังควรซื้อ Like Ad อยู่ไหม หรือจะเอาเงินไปทุ่มกับการทำ Ad แบบเน้น Reach / Awareness / Conversion กันไปเลย แน่นอนว่ามันไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์เพราะมันก็อยู่ที่กลยุทธ์และเงื่อนไขของแต่ละธุรกิจ แต่ถ้าเราเข้าใจตัวประโยชน์ของการกดไลค์เพจว่าจะเอามันไปใช้อะไร เราจะได้ประโยชน์อะไร จะเหมาะกับกลยุทธ์ของเราอย่างไร นั่นก็คงเป็นคำตอบได้ว่าเราจะยังควรลงโฆษณาประเภทนี้ต่อไปหรือไม่นั่นแหละครับ