หลังจากปล่อยให้ฝั่ง YouTube โชว์จุดขายเรื่องการที่คนทำคอนเทนต์สามารถได้เม็ดเงินโฆษณาไปจนทำให้หลายๆ คนปันใจไปเป็น YouTuber กันมากขึ้นเรื่อยๆ (ก็เล่นทำ Facebook ไม่ได้ค่าโฆษณา แถมยังต้องเสียเงินนั่ง Boost อีก) ล่าสุด Facebook ก็เปิดระบบ Ad Break ให้กับเหล่า Facebook Creator (คนสร้างคอนเทนต์ฝั่ง Facebook นั่นแหละ) ในการหารายได้จากคอนเทนต์ของตัวเองแล้ว

รู้จัก Ad Breaks

ถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ แล้วนั้น ตัว Ad Breaks ก็คือระบบโฆษณาที่ Facebook จะส่งโฆษณามาในวีดีโอคอนเทนต์ต่างๆ ของเจ้าของเพจ ซึ่งเจ้าของเพจก็จะได้รับค่าโฆษณาไปเช่นเดียวกับของ YouTube ที่คนสร้างคอนเทนต์ก็ได้รับเงินโฆษณาเมื่อมีโฆษณามาแสดงในคอนเทนต์ของตัวเอง

ทั้งนี้ ตัว Ad Breaks นั้นเป็นระบบโฆษณาที่อยู่บนวีดีโอคอนเทนต์เท่านั้น ทำให้สายทำคอนเทนต์แบบ Blog / Text / Photo ก็คงจะอดใช้งานกันไป (ถ้าหากไม่มีอะไรอัพเดทในอนาคต)

เงื่อนไขการได้ใช้ Ad Breaks

ณ ปัจจุบันนั้น เงื่อนไขสำคัญของการที่เจ้าของเพจจะสามารถรับโฆษณาด้วย Ad Breaks ได้จะต้องเข้าข่ายตามนี้

  1. มีฐานคนติดตามมากกว่า 10,000 คนขึ้นไป
  2. คนดูวีดีโอนานกว่า 1 นาทีสำหรับวีดีโอที่มีความยาว 3 นาที ซึ่งก็จะอธิบายต่อว่าในช่วง 60 วันที่จะสมัครนั้น เพจจะต้องมีวีดีโอที่มีวิวซึ่งดูยาวกว่า 1 นาทีทั้งสิ้น 30,000 วิว (โดยที่วีดีโอนั้นจะต้องยาวมากกว่า 3 นาที)
  3. ผ่านเงื่อนไขการสร้างรายได้ของ Facebook  (เช่นไม่ทำผิดกฏของ Facebook เป็นต้น)

สมัครยังไง?

สำหรับเจ้าของเพจคนไหนที่สนใจและอยากสมัครเพื่อเริ่มหารายได้นั้นก็สมัครกันได้ที่ Ad Breaks ซึ่งก็จะมีระบบในการตรวจสอบว่าเพจของคุณผ่านคุณสมบัติหรือไม่ แล้วจากนั้นก็จะมีขั้นตอนในการเลือกว่าจะให้โฆษณาขึ้นช่วงไหนของวีดีโอ ซึ่งคุณอาจจะเลือกเองหรือจะให้ Facebook ทำการเลือกให้แบบ Auto ก็ได้

ความน่าสนใจ

เรื่องของการทำรายได้จากการผลิตคอนเทนต์นั้นเป็นสิ่งที่ Facebook ดูจะถูกตั้งครหามาตลอดเพราะฝั่ง YouTube นั้นก็มี Creator สร้างรายได้กันเป็นกอบเป็นกำ ส่วนเจ้าของเพจบน Facebook กลับต้องไปหารายได้ด้วยวิธีอื่นจนเป็นเสียงบ่นกันมาพักใหญ่ๆ การที่เริ่มระบบหารายได้จากโฆษณาที่มาในตัวคอนเทนต์ของเจ้าของเพจก็อาจจะทำให้หลายๆ คนหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการผลิตคอนเทนต์บน Facebook มากขึ้น

ทั้งนี้เราก็ต้องยอมรับว่า Facebook นั้นยังเป็นแพลตฟอร์มหลักที่คนใช้งานกันอยู่ทุกๆ วัน ซึ่งการเสริมความสามารถในการหารายได้เข้าไปนั้นก็ย่อมเป็นตัวเลือกที่ทำให้คนทำคอนเทนต์ยังไม่กล้าทิ้ง Facebook ไปไหนในเร็วๆ นี้นั่นแหละครับ