ใกล้วันพ่อเข้ามาแล้ว น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ปีนี้เราไม่ค่อยมีบรรยากาศวันพ่อกันแบบปีก่อนๆ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเพราะม๊อบ เพราะการเมือง หรือว่าเพราะอะไร และสิ่งที่น่าคิดต่อคือวันพ่อนี้บอกอะไรกับเราในยุคที่คนกำลังอยู่บนโลกออนไลน์กัน

วันก่อนผมได้ดูโฆษณาของ dtac ล่าสุด ซึ่งยอมรับตรงๆ ว่าจี๊ดมากในครั้งแรกที่ดู

จะว่าไปแล้ว ในฐานะที่ผมเองซึ่งก็ค่อนข้างมีช่องว่างระหว่างผมมกับพ่อพอสมควร (ถึงขนาดเอาปมด้านนี้มาเขียนเป็นบทละครธีซิสจบกันเลยทีเดียว) และทุกวันนี้เองผมก็ยังมี “ช่องว่าง” นั้นอยู่ มันก็อดทำให้ผมกลับมาตั้งคำถามว่าช่องว่างนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไรกัน ซึ่งถ้าถามแล้ว ผมเองก็ไม่แน่ใจสักเท่าไรว่ามันเกิดขึ้นเมื่อใด ถ้าย้อนไปเท่าที่ผมจำความได้ สมัยเด็กๆ ผมก็ยังสนิทกับพ่ออยู่พอสมควร แต่พอมาถึงกลางๆ ทางของชีวิต มันก็เหมือนชีวิตของเราสองคนกลายเป็นเส้นขนานไป

ผมเขียนลงไปในบทละคร “ช่องว่างระหว่างรัก” ผ่านตัวละครท่ีผมสร้างขึ้นว่า ผมกับพ่อเหมือนอยู่บนเส้นขนานกัน ที่คงไม่มีทางบรรจบกันได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความทั้งสองทางจะแตกหักจากกัน หากแต่มันวิ่งไปด้วยกันโดยมีช่องว่างอยู่ตรงกลาง ซึ่งนั่นอาจจะเป็นช่องว่างระหว่างความรักที่เรามีไว้โดยที่ไม่ต้องข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง

ผมเชื่อว่าถ้าไปถามลูกๆ ที่ดูโฆษณานี้แล้วจี๊ด ร้อยทั้งร้อยก็บอกเหมือนกันว่ารักพ่อ แต่หลายๆ ทีพวกเขาก็มีวิธีการแสดงความรักที่แตกต่างออกไป บ้างก็ไม่อยากแสดงด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้กับผมเอง ก็เลือกจะปฏิบัติอย่างหนึ่ง แต่ก็กลายเป็นการทำให้เกิดระยะห่างกับพ่อ หรือทำให้พ่อเข้าใจผิดบ่อยๆ อยู่เหมือนกัน

ที่ผมเขียนบล็อกนี้ไม่ใช่เพราะว่าจะแก้ตัวหรืออะไรหรอกนะครับ ผมว่าลูกๆ ทุกคนที่จิตใจดี ก็ยังรักพ่ออยู่ เพียงแต่ว่าพวกเขาก็อาจจะมีวิธีสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับคุณพ่อของหลายๆ คน (รวมทั้งพ่อผมเอง) ที่อาจจะมีวิธีในการพูดคำว่า “รัก” ที่อาจจะเข้าใจยาก (หรือเข้าไม่ถึง) อยู่เสียหน่อย บางคร้ังอาจจจะไม่ใช่คำพูด บางครั้งอาจจะเป็นการกระทำ ฯลฯ

ผมเคยตั้งคำถามว่าทำไมเราไปบอกรักพ่อกันใน Facebook หรือในที่ที่คุณพ่อไม่ได้เห็นข้อความนั้น แต่ข้อความนั้นไปถึงคนอื่นแทน บางที นั่นอาจจะเพราะเราเองก็อายที่จะบอกกับพวกเขาตรงๆ บ้างก็อาจจะอยากให้คนอื่นรู้ความลับนี้ (และหวังลึกๆ ว่าจะมีคนไปบอกพ่อแทนเราพูดเอง) ซึ่งก็คงไม่ผิดอะไรที่จะคิดอย่างนั้น (ขอเพียงแค่ไม่ใช่การบอกเพื่อสร้างภาพเป็นพอ)

ท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าคนทุกคนรักพ่อกันทุกวัน จะแสดงออกหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่ครอบครัว การมีวันพ่อก็ดีอย่าง เพราะมันทำให้เราได้มีโอกาสส้กครั้งได้แสดงความรู้สึกบางอย่างของเรากับพ่อ อาจจะไม่ต้องเยอะแยะมากมาย การนั่งกินข้าวด้วยกัน ไม่ต้องพูดอะไรมาก บางทีก็เพียงพอจะให้เกิดความรู้สึกร่วมกันได้แล้ว

เพราะคำว่า “รักพ่อ” ไม่ได้สื่อสารกันด้วยคำพูดอย่างเดียว จริงไหมครับ