เทรนด์การตลาดอย่างหนึ่งที่เราพูดถึงกันเยอะในช่วงนี้คือการที่แบรนด์ต่างๆ ควรจะหาจุดยืนของตัวเองให้ได้ว่าแบรนด์นั้นมีความหมายอย่างไรกับโลก มีความเชื่อเรื่องอะไร ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พาการนำเสนอแบรนด์ไปให้ไกลกว่าตัวสินค้าและบริการ (อย่างกรณีที่เห็นดังๆ ก็เช่นของ Nike หรือแคมเปญ Like a Girl ของ P&G เมื่อปีก่อน)

เปิดปีใหม่มา ทาง Gillette ก็ปล่อยแคมเปญใหญ่ The Best Men Can Be ที่เรียกเสียงฮือฮาจากโลกออนไลน์ไปไม่น้อยเมื่อมันไม่ได้พูดถึงเรื่องใบมีดโกน การโกนหนวด หรือการดูแลใบหน้าอย่างที่เคย แต่ตัวแบรนด์เลือกจะทำการตลาดโดยชูภาพว่าผู้ชายที่ควรจะเป็นในสังคมเป็นอย่างไรโดยใน Hero Video ซึ่งเป็นตัวเปิดแคมเปญนั้นก็มีการนำเสนอภาพ Stereotype ของผู้ชายที่เราคุ้นๆ กันก่อนจะชวนเราฉุกคิดว่าจริงๆ แล้วเราสามารถทำให้ลูกผู้ชายจริงๆ ควรจะเป็นอย่างไรกันแน่ รวมทั้งพฤติกรรมหลายอย่างที่เราเคยคิดว่ามันเป็น “ชาย” ก็ควรจะถูกล้างออกไปต่างหาก และนั่นก็เพื่อให้เด็กๆ ที่เป็นลูกหลานของเราได้เห็นแบบอย่างที่ดีของ “ผู้ชายที่ควรจะเป็น”

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชายที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้แน่นอน เพราะเนื้อหาก็เรียกว่าเป็นการวิพากษ์สังคม แถมมีการพูดถึงค่านิยมผิดๆ เช่นการ Bully การคุกคามทางเพศในออฟฟิศ ฯลฯ ซึ่งก็ถือเป็นความเสี่ยงสำหรับแบรนด์อยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้แล้ว ถ้าใครรู้จัก Gillette ก็อาจจะคุ้นกับ Tagline ดั้งเดิมของ Gillete ซึ่งก็คือ The Best A Man Can Get ซึ่งก็ถือว่าแคมเปญล่าสุดนี้เป็นการท้าทายตัวแบรนด์เดิมและสร้างพันธกิจใหม่ของแบรนด์ แถมในเวบไซต์ของ Gillette เองยังระบุด้วยว่าทางแบรนด์จะมีการบริจาคเงินทุน 1 ล้านเหรียญต่อปีเพื่อสนับสนุน ให้การศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชายเพื่อจะสามารถกลายเป็นคนที่ดีที่สุดเพื่อสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไปได้ (ฟังดูเท่ไปเลย)

ก็ถือว่าเป็นแคมเปญที่น่าสนใจมากๆ แต่ต้นปี เพราะเป็นการทำ Brand Campaign ที่ชู Purpose ออกมาได้ชัดแถมมี Action ออกมาจริงจัง ซึ่งก็น่าติดตามว่าหลังจากนี้แล้ว Gillette จะมีอะไรออกตามมาอีก