อาจจะฟังดูแปลกๆ อยู่เสียหน่อยกับการที่เจ้าของแพลตฟอร์มโฆษณาอย่าง Google นั้นทำให้ตัว Web Browser ยอดนิยมของตัวเองอย่าง Chrome ทำการคัดกรองบล็อคบรรดาโฆษณาที่น่ารำคาญออกไป แต่นั่นถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการท่องเว็บ และทำให้นักโฆษณาต้องพัฒนารูปแบบการโฆษณาให้ดีขึ้นด้วย

ปัญหาของโฆษณาที่กวนคน

เรื่องของการที่ให้ Chrome ทำการคัดกรองและบล็อคโฆษณาบางประเภทนั้นไม่ใช่เพิ่งเริ่ม หากแต่มีการใช้กันมาพักหนึ่งในฝั่งอเมริกากับยุโรปก่อนที่จะเปิดใช้แบบทั่วโลกในวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นเกิดจากการที่ Google เรียนรู้ว่าโฆษณาหลายประเภทนั้นสร้างความกวนใจผู้ใช้งานจนต้องมีการใช้งาน Ad Blocker (ซึ่งก็มีจำนวนการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง) และนั่นก็ย่อมไม่เป็นผลดีกับอุตสาหกรรมเป็นแน่

ด้วยเหตุนี้ Google จึงเริ่มเรียนรู้และทำการคัดกรองโฆษณาประเภทที่สร้างความรำคาญ และเลือกจะให้เหลือเพียงโฆษณาที่ตอบโจทย์และเป็นที่สนใจกับคนท่องเว็บจริงๆ

นี่คือการบล็อคโฆษณาทั้งหมดโดยเหลือแค่ Google Ads หรือเปล่า?

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือคิดว่านี่เป็นการบล็อคโฆษณาทั้งหมดโดยจะเหลือแค่โฆษณาผ่าน Google Ads ใช่หรือไม่? ซึ่งก็ต้องอธิบายกันว่าไม่ใช่ เพราะโฆษณาจากผู้ให้บริการอื่นๆ ก็ยังสามารถแสดงบนเว็บไซต์ได้อยู่ เพียงแต่การคัดกรองนี้คือการคัดกรองโฆษณาที่ถูกนำเสนอในวิธีการที่คนไม่ชอบ สร้างความรำคาญให้กับคนดูเว็บ อย่างเช่นการมี Pop Up กวนใจ หรือการมีโฆษณามาซ้อนทับจนกดอะไรไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งหากโฆษณาจาก Ad Network อื่นๆ ไม่ได้เข้าข่ายนี้ ก็ยังสามารถโชว์ได้ต่อไป

โฆษณา 12 แบบที่ผู้บริโภคไม่ชอบ

จากการสำรวจของ Google กับผู้ใช้งานเว็บไซต์กว่า 66,000 คนนั้น รูปแบบของโฆษณาที่เข้าข่ายว่ารบกวนและสร้างความรำคาญให้กับผู้อ่านคอนเทนต์จะมีอยู่ 12 ประเภทด้วยกัน ดังรูปข้างล่างนี้

(ภาพจาก Chromium Blog)

การปรับตัวของเจ้าของเว็บ

ในคำแนะนำของ Google นั้น เจ้าของเว็บไซต์สามารถทำการ Verify ตัวเว็บไซต์และตรวจสอบได้ว่าเว็บตัวเองผ่านเกณฑ์หรือมีปัญหาอย่างไรได้ด้วย Ad Expereince Report ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจจับว่าเว็บของเรานั้นมีโฆษณาที่เข้าข่ายจะโดนคัดกรองหรือบล็อกหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าผ่านการีวิวแล้วก็จะไม่มีปัญหาอะไร หรือสามารถทำแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนเพื่อเข้าทำการีวิวหากโดน Warning