ในการวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจโตขึ้นนั้น นอกจากจะคิดเรื่องการให้ยอดขายมากขึ้นแล้ว มันก็ต้องคิดต่อด้วยว่ายอดขายนั้นจะมาจากไหน มาจากการขายสินค้าอะไร และไปขายตลาดไหน นั่นเป็นเหตุให้หลายๆ คนมักใช้ Ansoff Matrix ช่วยในการคิดและวางแผนการโตของธุรกิจต่างๆ ซึ่ง Ansoff Matrix นี้ก็มาจากคนคิดที่ชื่อว่า Igor Ansoff นั่นเอง

หัวใจสำคัญของ Ansoff Matrix คือการมองการเติบโตของธุรกิจอยู่บนสองเงื่อนไข คือการจำหน่ายสินค้าเดิม/ใหม่ และการขายให้กับกลุ่มตลาดเดิม/ใหม่ ซึ่งก็จะออกมาเป็นตามรูปด้านล่างนี้

Ansoff Matrix

Marketing Penetration: ขายสินค้าเดิมให้ตลาดเดิม

พูดง่ายๆ คือทำให้ตลาดเดิมซื้อสินค้ามากขึ้น บ่อยขึ้น เยอะขึ้น แย่งชิง Share of Wallet เพิ่มจากตัวลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าเราไปแล้ว

Product Development: ขายสินค้าใหม่ให้กับตลาดเดิม

เป็นการพัฒนาสินค้าโดยการดูว่าตลาดเดิมนั้นมีความต้องการอะไรเป็นพิเศษ ผู้ซื้อเก่ายังขาดอะไรอยู่ แล้วพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อจะเพิ่มการซื้อสินค้าจากกลุ่มตลาดเดิมของธุรกิจ เช่นการออกรสชาติใหม่ เป็นต้น

Market Development: ขายสินค้าเดิมให้กับตลาดใหม่

คือการดูว่าจะมีตลาดอะไรอื่นอีกที่เหมาะกับสินค้าของเรา และสามารถเข้าไปขายได้ เช่นการขยายไปในตลาดที่ต่างประเทศ ขยายไปในต่างจังหวัด หรือการแตกออกไปยังกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันแต่ต่างกลุ่มทางฐานะ สังคม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ (หรือคนละ Segment นั่นเอง)

Diversification: ขายสินค้าใหม่ให้กับตลาดใหม่

อันนี้คือทำในสิ่งที่บางคนอาจจะเรียกว่า Blue Ocean ก็ได้ คือการไปดูว่ามีตลาดอะไรบ้างที่มีโอกาสแล้วพัฒนาสินค้าเพื่อไปตอบโจทย์ตลาดนั้น อย่างไรก็ตาม กล่องนี้อาจจะมีบางครั้งไม่ใช่เรื่องของ Blue Ocean เสียทีเดียวเนื่องจากบางครั้งธุรกิจก็เป็นการกระโดดลงไปในสู่ในตลาดอื่นที่มีคู่แข่งอยู่ เพียงแต่เป็นคนละตลาดกับธุรกิจเดิม (ซึ่งในกรณี Blue Ocean คือไปสู่ตลาดใหม่ที่ยังไม่มีคนเข้าไป)

การประยุกต์กับชีวิตจริง

เอาจริงๆ Ansoff Matrix ก็สามารถนำมาใช้ได้กับการหลายธุรกิจ แม้แต่ขายของออนไลน์ว่าคุณจะสร้างยอดขายให้ธุรกิจโต (หรืออย่างน้อยๆ ก็ให้ธุรกิจไม่ทรุด) นั้นจะมาจากไหนได้บ้าง เช่น

  • เราจะเลือกให้ลูกค้าเดิมของเราซื้อมากขึ้น แต่ก็อยู่บนเงื่อนไขว่าสินค้าเราเป็นประเภทที่ซื้อซ้ำได้ ใช้ได้เรื่อยๆ
  • หรือเราจะเลือกหาสินค้าใหม่มาขายกับลูกค้าเดิม ให้เขาซื้อเพิ่มจากสินค้าเก่าที่เคยซื้อไปแล้ว
  • หรือเราก็อาจจะเอาของเดิมที่มีอยู่ ไปดูว่ามีตลาดไหนที่เรายังไม่ได้ขายและมีแววจะขายได้ บางคนก็อาจจะเลือกยิง Ad ไปยังกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงที่คาดว่าน่าจะมีคนอยากซื้อเหมือนๆ กัน
  • หรือไม่ก็ไปดูว่าควรไปขายอะไรอย่างอื่นเพิ่มเติมเป็นรายได้อีกทาง โดยที่ไม่ต้องเกี่ยวกับของเก่าก็ได้