วันก่อนมีนิสิตป.โทมาฟังผมบรรยายที่ dots academy ผมก็เลยมีคำถามหนึ่งไปในตอนท้ายๆ ว่า

“ใครรู้สึกสนุก แฮปปี้กับงานที่ทำบ้าง”

ผมกลับพบว่ามีน้อยคนที่ยกมือ พร้อมกับเสียงบ่นว่ากดดัน เครียด ต้องแบก แบกยอด ฯลฯ

คำถามที่ผมถามตามมา

“แล้วถ้าคุณไม่สนุกกับมัน คนทำงานไม่มีความสุข งานจะออกมาดีไหม?”

ฟังดูอาจจะเหมือนเวอร์ๆ ฟุ้งๆ โลกสวยอยู่เสียหน่อย แต่เราก็ต้องยอมรับว่าภาวะด้านอารมณ์ของคนทำงานมีผลกับตัวเนื้องานที่ออกมาไม่มากก็น้อย เช่นจะทำงานกันแบบเต็มใจ ใส่เต็มแรง หรือจะทำกันแบบขอไปทีให้ถึงยอดถึงเป้าแล้วก็จบกันไป

เรื่องนี้บางครั้งก็จะเรียกว่าภาวะที่พนักงานนั้นมี Engagement กับงานที่ทำงาน (หรือกับองค์กร) มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าเป็นตามแนวคิดทั่วๆ ไปก็คงบอกเหมือนๆ กันแหละว่าถ้ายิ่งรู้สึกดี รู้สึกสนุก เราก็จะได้งานที่ดีขึ้นตามมา

แต่ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นอยู่แล้ว (และมันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับการพูดหล่อๆ ดูเป็นคำคมนี่ด้วยแหละ)

ชีวิตจริงเราเจอแรงกดดันจากเป้าของบริษัท ข้อจำกัดจากงบประมาณ ไหนจะการปะทะกับเพื่อนร่วมงานอีกมากมายจนทำให้เราเกิดการท้อ เหนื่อย รู้สึกไม่สิ้นสุดกันเสียที

แล้วอีแบบไหนใครจะไปมีความสุขกันได้เล่า!!

…เอาจริงๆ มันก็คงไม่ได้เพอร์เฟคแบบที่คำคมพูดไว้หรอกครับ ผมเองทุกวันนี้แม้จะทำงานที่ตัวเองรัก แต่มันก็มีหลายๆ ครั้งที่เราไม่ได้แฮปปี้ รู้สึกไม่ดี แต่เราก็ต้องทำตามหน้าที่ ทำด้วยความเป็นมืออาชีพไป

ฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการดูว่าเราจะรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้มากน้อยแค่ไหน เราจะปรับมุมมองของเราในการเห็น “เรื่องดี” ที่อยู่ใน “ความกดดัน” นี้ได้มากน้อยขนาดไหน
ผมมักบอกว่างานการตลาดไม่ใช่งานที่สนุก มันมีการแข่งขัน มันต้องปะทะกับแรงกดดันหลายอย่าง ซึ่งถ้าคนชอบอะไรสบายๆ ก็อย่ามาทำเลย แต่ถ้าเราเพิ่มมุมมองไปว่ามันเป็นความท้าทายในการคิดและหาคำตอบใหม่ๆ มันเป็นก้าวไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่น่าตื่นเต้น เราก็จะเริ่มสนุกกับมันมากขึ้น

อาจจะไม่ต้อง 100% แต่ก็ดีกว่า 0% เป็นแน่แท้

ถึงจุดหนึ่งแล้ว ผมมักแนะนำหลายๆ คนว่าลองหากระดาษมาลิสต์สิ่งที่เราเกลียด สิ่งที่เราไม่ชอบ และเป็น “ความทุกข์” ของงานที่ทำอยู่ เช่นเดียวกับหากระดาษอีกแผ่นมาเขียนสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็น “ความสุข” ในงานที่ทำมาเขียนคู่กันไปโดยธรรมชาติแหละครับ เราจะได้ความทุกข์เพียบเลย เพราะมนุษย์เราเป็นนักจับผิด สัมผัสความไม่สบายใจได้ก่อนใคร แต่ความสุขอาจจะมีไม่เยอะเท่าไร

แต่…มันก็ดีกว่าไม่มีเลย ซึ่งผมก็จะให้คนโฟกัสกับสิ่งที่เขียนไปเยอะๆ เพื่ออย่างน้อยๆ ก็หาความสุขจากงานที่ทำได้ (บ้าง)

และถ้าเรามีความสุขกับมัน งานที่ทำ วิธีที่เราแสดงออกก็จะดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเองล่ะฮะ