หลายๆ คนมักมาถามผมบ่อยๆ หลังจากทราบว่าผมทำงานค่อนข้างเยอะในแต่ละสัปดาห์ บางทีก็ทำงานติดต่อกันมากกว่า 30 วันโดยไม่มีวันพักเลย ซึ่งคำถามที่ผมมักจะได้บ่อยๆ คือ “ไม่เหนื่อยเหรอ”

เอาจริงๆ ผมก็ต้องตอบตรงๆ ว่า “เหนื่อยครับ” และคงไม่ใช่เหนื่อยธรรมดา แต่เป็น “เหนื่อยโคตร” เลยก็ว่าได้

ทีนี้หลายๆ คนก็ถามผมว่าจะจัดการกับความเหนื่อยเหล่านั้นได้อย่างไร เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนพูดกันบ่อยๆ เพราะในแต่ละวันนั้นเราก็มักเจอสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่อยากทำงานต่อแล้ว ผมเองก็เช่นกัน หลายๆ วันก็อยู่ในสภาพที่ต้องเรียกว่าทรุด แทบจะไม่มีแรงประเภทอยากทิ้งตัวลงนอนเลยก็ว่าได้

แต่พอมานึกๆ แล้ว จะว่าไปผมก็ลองถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าทำอย่างไรถึงจะรีบฟื้นจากความเหนื่อยเหล่านั้นได้ ทำอย่างไรที่จะทำให้ตัวเราสามารถลุกขึ้นทำงานต่อได้ ผมเลยลอสรุปบางสิ่งที่ผมว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถ “หายเหนื่อย” ได้เร็วขึ้นนะครับ

1. มีเป้าหมายในชีวิต

ถ้าไปอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองแทบทุกเล่มก็จะพูดเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะการที่เรามีเป้าหมายอะไรบางอย่างชนิดต้องคว้าให้ได้จะเป็นตัวฉุดให้เราพยายามต่อแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ลองนึกภาพนักกีฬาที่พยายามจะเป็นที่หนึ่ง พยายามจะแข็งแกร่งขึ้น นั่นทำให้พวกเขาสามารถพลักตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของตัวเองได้ (แม้ว่ามันจะเหนื่อยชนิดรากเลือดเลยก็ตาม) ผมมาคิดๆ ดูกับตัวผมเองก็เช่นกัน ผมมีเป้าหมายบางอย่างในชีวิตที่ผมเชื่อว่าตัวเองไปจะไปถึงจุดนั้นได้ ผมอยากไปถึงจุดนั้น และมันทำให้ผมลุกขึ้นมาทำอะไรมากมาย (ในสายตาหลายๆ คน) ซึ่งผมจะรู้ตัวเสมอว่าถ้าไม่ทำ ผมก็จะไปถึงจุดหมายนั้นไม่ได้ ซึ่งพอคิดแบบนั้นแล้ว มันก็จะยิ่งตอบตัวเองได้ว่าทำไมเราจะต้องเหนื่อยกับสิ่งที่เราทำอยู่นั่นแหละครับ

2. ให้รางวัลกับตัวเองระหว่างทาง

มันก็ไม่ใช่ว่าผมจะตะบี้ตะบันทำอะไรอย่างเดียว หลายๆ ครั้งถ้าผมเหนื่อย ผมก็จะให้รางวัลกับตัวเองบ้างตามความเหมาะสม รางวัลอาจจะเช่นการไปสปา ซื้อของที่เราอยากได้ (แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็เหมือนรางวัลตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยระว่างทางของเรานั่นแหละ) การคอยให้รางวัลกับตัวเองก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ดีเหมือนกันในการให้เราได้รู้ว่าเราก้าวไปข้างหน้ากว่าเดิมแล้ว

3. มีเทคนิคในการพักฟื้นแบบของตัวเอง

ผมมักบอกเสมอว่าการ “พัก” ไม่ได้แปลว่าการไปเที่ยว การนอน การหยุดทำงาน แต่หลายๆ คนจะมีวิธีในการ Refresh ตัวเองที่แตกต่างกันไป บางคนจะสามารถ Refresh ตัวเองได้เร็วด้วยบางวิธีซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องค้นหากันแต่ละคน อย่างผมเอง การอ่านหนังสือ การนั่งในร้านกาแฟก็เป็นการ Refresh ตัวเองให้สามารถกลับมามีแรงได้ บางทีก็ออกไปดูหนังดีๆ สักเรื่องซึ่งมันทำให้สภาพจิตใจของผมพร้อมขึ้นมา (บางทีก็ฟังเพลงที่ชอบ) ซึ่งนั่นก็เช่นเดียวกับการพักฟื้นพลังกายเช่นกัน ลองหาดูว่าคุณเหมาะกับวิธีไหน ชอบเทคนิคอะไร แล้วใช้มันให้คล่องขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันก็จะช่วยคุณได้อย่างดีเลยทีเดียว

4. หาแรงบันดาลใจให้ตัวเองบ่อยๆ

ผมมักใช้เวลาว่างในการอ่านหรือเสพเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจผ่านหนัง ผ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งผ่านเพลง เพราะผมเชื่อว่าแรงใจเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับแรงกาย การรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ต่างไปจากตัวเราแต่มีเนื้อหาที่สร้างแรงบรรดาลใจก็ถือเป็นวัตถุดิบชีวิตที่ดีกับตัวเอง แถมหลายๆ เรื่องอาจจะสามารถทำให้คุณมีแง่คิดดีๆ ติดตัวเพิ่มขึ้นด้วย

 

4 ปัจจัยนี้เป็นเรื่องที่ผมนึกได้เร็วๆ ซึ่งอันที่จริงก็คงจะมีเทคนิคอะไรอีกเยอะเหมือนกัน ถ้าผมนึกออกเพิ่มจะลองรวบรวมมาเขียนในบล็อกต่อไปแล้วกันนะครับ