แม้ว่าจะไม่ได้ฮิตมากเท่ากับ Facebook แต่ก็ต้องยอมรับว่า Instagram เป็น Social Media ที่มีความนิยมมากพอสมควรแถมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยคอนเทนต์รูปภาพมหาศาล แน่นอนว่าธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็พยายามเข้ามาใช้ประโยชน์จาก Instagram ในการทำการตลาดให้ตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงในแง่ความสามารถในการรองรับธุรกิจนั้น Instagram อาจจะยังห่างชั้นกับ Facebook พอสมควรในเรื่องเครื่องมือต่างๆ ที่ยังไม่ได้ทำให้เจ้าของ Account จัดการและดูข้อมูลได้เหมือนกับ Facebook Page

แต่ล่าสุด Instagram ก็ประกาศแล้วว่ากำลังจะออก Business Tool ซึ่งก็เปรียบเสมือนระบบจัดการหลังบ้านให้กับแบรนด์และเจ้าของธุรกิจต่างๆ ที่อยู่บน Instagram ซึ่งก็จะประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญๆ คือ

1. Business Profile

คือการปรับ Account ของ Instagram ให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นธุรกิจ ซึ่งจะแตกต่างจาก Account ทั่วๆ ไปเช่นมีการเพิ่มส่วนให้ดูข้อมูลติดต่อในหน้า Profile ได้เลย รวมถึงการเชื่อมโยงกับตัว Insight ต่างๆ ด้วย

2. Insights

หลายๆ คนคงจะชอบฟีเจอร์นี้แน่นอน เพราะมันคือการทำให้เราดูข้อมูลหลังบ้านของตัว Instagram ได้เหมือนกับที่เราดู Facebook Page Insights โดยทำให้เราดูประสิทธิภาพต่างๆ ของการโพสต์ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่ใช้ประกอบในการที่จะนำไปวิเคราะห์ตัว Instagram Account ต่อไป

3. Promote

แม้ว่า Instagram อาจจะเริ่มให้มีการซื้อโฆษณาได้แล้วก่อนหน้านี้ แต่การซื้อโฆษณาของ Instagram อาจจะไม่ได้ใช้งานง่ายเหมือนกับการซื้อโฆษณาบน Facebook เท่าไรนัก ซึ่งดูทางทีมงานจะเข้าใจปัญหานี้แล้วทำให้ Business Profile สามารถซื้อโฆษณาได้ง่ายกว่าเดิม (ก็อาจจะคล้ายๆ กับการซื้อ Boost Post ที่เราใช้กันบ่อยๆ นั่นแหละ)

ตัว Business Tools นั้นยังไม่ได้เปิดให้ใช้ ณ ตอนนี้แต่คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานจริงในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ ซึ่งทาง Instagram คาดว่าจะได้ใช้กันทั้งโลกภายในปีนี้

เปลี่ยนหน้า Timeline มาใช้ Algorithm แทน

นอกเหนือจากเรื่องของ Business Tools แล้ว สิ่งที่นักการตลาดและผู้ใช้งาน Instagram อาจจะต้องสนใจเป็นพิเศษคือการเปลี่ยนวิธีการเรียงคอนเทนต์บน Timeline ที่จากเดิมเป็นการเรียงตามลำดับเวลา (เหมือนกับ Twitter) แล้วเปลี่ยนมาใช้ Alorithm ในการคัดสรรคอนเทนต์มาโชว์เหมือนกับที่ Facebook ทำนั่นเอง

ในประกาศล่าสุดจาก Instagram นั้น ทาง Instagram บอกว่าว่าพวกเขาได้พิจารณาความคิดเห็นต่างๆ หลังจากที่มีการพูดถึงการจะนำ Alogrithm มาใช้แล้วมีคนคัดค้านอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Instagram พบคือคนำจำนวนมากนั้นไม่ได้เห็นคอนเทนต์กว่า 70% ที่พวกเขาติดตาม (กด Follow) อยู่ ซึ่งจากการทดลองของทีมงานในการเรียงเรียงและนำเสนอคอนเทนต์แบบใหม่ก็พบว่ารูปต่างๆ มี Engagement ที่มากขึ้น และทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะใช้ Algorithm เข้ามาจัดการการแสดงคอนเทนต์บนหน้า Instagram Timeline

แน่นอนว่าเรื่องนี้เองก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้แน่ชัดนักว่าถ้าเกิดการใช้งานจริงแล้วผลจะเป็นอย่างไร จำนวน Reach ของโพสต์บน Instagram จะสูงขึ้นหรือถูกบีบลงแบบเดียวกับที่ Facebook Page เจอ แต่ที่แน่ๆ คือเจ้าของ Instagram ทั้งหลายก็คงต้องรีบปรับตัวกันแต่เนิ่นๆ เพราะระบบนี้จะเริ่มใช้งานในเดือนหน้านี้แล้ว