ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา เราคงได้ยินคำว่า Digital Marketing กันจนคุ้นหูพอๆ กับการพูดถึง Social Media Marketing กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในวันที่ Facebook และ Twitter กลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้อย่างมากมาย

จะเห็นได้ว่า โลกดิจิตอลได้ขยายขอบเขตของ “การตลาด” ออกไปจากเดิมที่เป็นแค่การซื้อแบนเนอร์โฆษณาเพียงอย่างเดียว ถ้านับๆ ดูแล้ว เรามีศัพท์เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์มากมายอย่างเช่น

  1. Digital Marketing
  2. Online Marketing
  3. Mobile Marketing
  4. Social Media Marketing
  5. Facebook Marketing
  6. Twitter Marketing
  7. Location-Based Marketing
  8. Blog Marketing
  9. SEO-Marketing
  10. YouTube Marketing
  11. Instagram Marketing
  12. Viral Marketing
  13. LINE Marketing
  14. Content Marketing

ซึ่งนี่เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น (เพราะถ้านั่งคิดกันไปเรื่อยๆ เราก็จะได้ยินอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ)

การเกิดรูปแบบการตลาดดิจิตอลที่หลากหลายนี้ ทำให้เกิดแนวคิดที่จะรวบรวมทุกอย่างเข้าเป็นแผนการตลาดเดียว แทนที่จะเป็นการโฟกัสเป็นชิ้นๆ นั่นก็คือ Integrated Digital Marketing ที่เริ่มกำลังถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษ

จุดที่น่าสนใจคือการตลาดดิจิตอลที่มีเครื่องมือออกมามากมายนั้น ทำให้ลูกเล่นการตลาดมีหลากหลายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การที่เครื่องมือเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทำให้หลายๆ เครื่องมือกลายเป็นกระแส เกิดแบบชั่วครั้งชั่วคราว หรือโฟกัสเพียงทีละอย่าง ไม่สามารถนำมารวมกันแบบบูรณาการเหมือนการตลาดแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก เรามักจะเห็นแบรนด์ทำการตลาดแบบเปิด Facebook Page และโหมทำ Application โดยไม่ได้ทำอย่างอื่น หรือบางแคมเปญก็เหมือนจะเป็นการคิดงานแบบไม่ได้เชื่อมโยงกัน

Integrated Digital Marketing ก็น่าจะไม่ต่างจากกับแนวคิดของ Integrated Marketing Communication ที่เราคุ้นเคยกันเพียงแต่หันมาโฟกัสที่ดิจิตอลเป็นหลัก ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีของการเรียนรู้และทำความเข้าใจเครื่องมือต่างๆ ของการตลาดดิจิตอลเช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคก็ได้เรียนรู้เครื่องมือเหล่านี้เช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว เราก็ต้องพึงคำนึงไว้ว่าการทำ Integrated Digital Marketing นั้น ไม่ใช่การบอกว่ามีเครื่องมือการตลาดของดิจิตอลทุกอย่าง หากแต่สำคัญที่การวางแผนและเชื่อมโยงเครื่องมือที่เลือกมาให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดต่างหาก

ในปี 2013 และต่อจากนี้ไปน่าจะเป็นช่วงเวลาที่นักการตลาดซึ่งได้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโลกดิจิตอลจะสามารถสังเคราะห์วิธีคิดที่จะบูรณาการการตลาดของตัวเองให้เป็นเอกลักษณ์และเหมาะสมกับแบรนด์ตัวเองมากที่สุด หาใช่เพียงการทำตามคู่มือหรือหนังสือ How-To ที่ขายกันในท้องตลาด

เพราะถ้าใครยังทำอย่างนั้นอยู่ล่ะก็ คุณก็อาจจะกลายเป็นคนล้าหลังแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีอยู่ในมือแค่ไหนก็ตามเลยทีเดียวเชียวล่ะ