เมื่อวันก่อนที่ผมมีนัดประชุมกับชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดงเรื่องการมอบรางวัลประจำปี นั่นทำให้ผมได้เจอพี่เบียร์หรือเป็นบก.ของ Madame Figaro ซึ่งเราไปเจอกันก่อนโดยบังเอิญที่ร้านหนังสือ Kinokuniya ระหว่างหาหนังสืออ่านระหว่างช่วงปีใหม่

ด้วยการเจอกันที่ร้านหนังสือทำให้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับหนังสือต่างๆ ที่น่าอ่าน ตลอดไปจนถึงการเข้ามาของ e-Book ที่ทำให้ชีวิตนักอ่านเราสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะกับ Kindle ที่กำลังเริ่มฮิตในหมู่นักอ่านหนังสือ

มะปราง-น้องของผมที่คณะและเพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศ เธอชื่นชอบการอ่านหนังสือมาก (ซึ่งก็เป็นคุณสมบัติปรกติของเด็กอักษรฯ อยู่แล้ว) และเธอออกจะปลื้มกับเจ้า Kindle ของเธอมากๆ โดยเธอให้เหตุผลว่ามันทำให้เธอสามารถพกหนังสือหลายๆ เล่มไปอ่านได้สะดวกมากขึ้น เพราะแทนที่จะต้องหยิบเล่มใหญ่ๆ หนาๆ หนักๆ ก็กลายเป็นแค่ Kindle เบาๆ บางๆ ตัวเดียวก็เพียงพอ

สิ่งที่มะปรางพูดไปก็มีส่วนจริงไม่น้อย โดยเฉพาะกับผู้หญิงซึ่งไม่สะดวกนักถ้าจะต้องถือหนังสือหลายๆ เล่มไม่ก็ใส่กระเป๋าให้พะรุงพะรังเอาเสีย ผมเองก็มีการซื้อหนังสือหลายเล่มบน Kindle เนื่องจากต้องการความรวดเร็ว (ไม่มีขายในไทย) และความประหยัด (ถูกกว่า) ซึ่งการเปลี่ยมาสู่ดิจิทัลของหนังสือก็มีความน่าสนใจและเหมาะกับชีวิตคนยุคใหม่อยู่ทีเดียวเชียว

แต่กลับมาที่บทสนทนาของผมกับพี่เบียร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นคนยุคกึ่งเก่ากึ่งใหม่ เราสองคนเห็นตรงกันว่าความสุขอย่างหนึ่งของการซื้อหนังสือคือการจับตัวเล่มหนังสือ แม้ว่าเราจะบ่นกันบ่อยๆ ว่าไม่มีที่เก็บแล้ว แต่ถึงกระนั้น ทุกวันที่ผมเข้ามาห้องทำงานที่บ้าน และมองชั้นหนังสือของผมเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย มันก็มีความสุขบางอย่างที่เพิ่มมาจากการอ่านหนังสือเหล่านั้น ขณะเดียวกัน การสัมผัสหนังสือแต่ละเล่มนั้นก็เป็นอะไรที่แตกต่างไปจากการอ่าน e-Book อยู่พอสมควร

ความสุขของการอ่านหนังสือที่เป็นเล่มๆ จึงอาจจะเป็นอะไรมากกว่าการอ่านสิ่งที่อยู่ในหนังสือ แต่อาจจะรวมไปถึงการครอบครองและสัมผัสตัวหนังสือไปด้วย อ. เจตนา เองก็เคยแลกเปลี่ยนกับผมเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าการที่เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เป็นดิจิทัลมันทำลายเสน่ห์แบบเก่าๆ ของคนรักหนังสือในยุคของแกไปพอสมควร

ผมเองก็ไม่แน่ใจเท่าไรนักว่าโลกยุคเทคโนโลยีนี้จะทำให้เราเปลี่ยนสุนทรียศาสตร์ในการอ่านหนังสือไปมากน้อยแค่ไหน บางทีรุ่นลูกเราอาจจะไม่ได้รู้สึกอยากมีหนังสือเล่มๆ อีกต่อไปเพราะทุกอย่างอยู่ในแท๊บเลตที่พวกเขามีประจำตัวกันแล้ว

แต่ที่แน่ๆ ทุกวันนี้ผมก็ยังแฮปปี้กับการเดินเข้าร้านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าร้านใหม่ ร้านเล็กร้านใหญ่ เปิดพลิกหนังสือที่มีเข้ามาเรื่อยๆ และหยิบเล่มที่ชอบกลับมา

และผมว่า หลายๆ คนก็เป็นแบบผมเหมือนกันนั่นแหละครับ