ความทุกข์ความโศกจากเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วนั้นเป็นเรื่องที่ฝังใจและสุดแสนจะทรมานสำหรับทุกๆ คน ผมเชื่อว่าคุณๆ ที่อ่านบล็อกนี้อยู่ก็ต้องล้วนมีอดีตที่ทำให้ต้องหลั่งน้ำตา ทำให้ต้องเจ็บชำ้กันทั้งนั้น 

และเรื่องที่ทำให้เราทุกข์กันเยอะมากก็คือความรัก ไม่ว่าจะรักที่ผิดหวัง รักที่ไม่ได้ดั่งใจ รักที่ทรยศ รักที่หักหลัง ฯลฯ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างทำให้เราทรมานเจียนตายกันเลยทีเดียว และถ้าจัดอันดับความทุกข์แล้ว ความรักมันก็คงเป็นอันดับต้นๆ ที่ทำให้มนุษย์เราๆ ทุกข์นี่แหละ

จะว่าไปแล้ว มันก็คงเป็นอะไรที่ยากจะควบคุมสำหรับคนที่มักเอ่อล้นและเต็มไปด้วยความรู้สึก ในขณะที่ความรักเป็นสิ่งที่จับต้องลำบาก มันเลยดูเหมือนว่าความรักสามารถเกิดขึ้นปุ๊ปปั้ป มีอยู่รอบตัวเรา อยู่ในทุกอนูของความรู้สึกโดยที่เรามองไม่เห็นมันจริงๆ ความรักฝังตัวอยู่ในความทรงจำที่บันทึกเอาไว้ในสมองโดยที่เราเองก็ไปลบมันออกไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อรักกลายเป็นทุกข์ ความทุกข์จากรักเลยเป็นอะไรที่ทรมานเพราะไม่รู้จะไปลบอะไร จะไปรักษาตรงไหน หลับตาก็นึกถึง มองไปทางไหนก็เห็น มันไม่ได้มีความรักอยู่ตรงนั้น แต่เราก็รู้สึกถึงมันได้อยู่ทุกนาที

สิ่งที่น่าเศร้าของเราคือการที่ความรักดูจะเป็นสิ่งที่เราปราถนาและอยากมีมาเติมเต็มตัวเอง และนั่นเองกระมังที่ทำให้เราไม่ยอมปล่อยความรักให้หายไป พอรู้ตัวอีกที เราก็รู้สึกว่าชีวิตเราต้องมีความรัก พอไม่มี เราก็ต้องการหาอะไรมาทดแทน พอยังไม่มีอะไรมาทดแทน เราก็นึกถึงรักครั้งเก่า วัฏจักรวนเวียนเหล่านี้สร้างความทุกข์ที่ไม่รู้จักจบสิ้น สุดท้ายก็เขาอีหรอบย่อหน้าที่แล้วว่ามองไปทางไหนก็ทุกข์ หายเข้าก็เศร้า หายใจออกก็เศร้า

พอเศร้าหนักๆ เข้าชีวิตก็ดูจะไม่ไปไหน เพราะมันเล่นเอาเศร้าจนไม่อยากจะทำอะไรมากกว่าเผาเวลาให้หมดไปเร็วๆ จะได้ไม่ต้องเศร้าอีก (แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด)

ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่พูดถึงทางออกจากปัญหาและความทุกข์ไว้อย่างน่าสนใจมากๆ (และจะดีมากถ้าคุณลองทำตามขณะที่อ่านบล็อกนี้แหละ)

ให้คุณมีดินสอหรือปากกาอยู่ในมือ จากนั้นคุณก็กำมันแล้วยกมือให้ลอยขึ้น ตอนนี้ในดินสอแท่งนั้นก็ลอยได้โดยมีมือของคุณกำอยู่นั่นเอง

จากนั้นคุณลองคว่ำมือลง มันก็ยังคงลอยอยู่ได้เพราะคุณยังกำมันไว้อยู่

เอาล่ะ มาถึงโจทย์สำคัญล่ะ…คุณจะทำยังไงให้ดินสอแท่งนั้นออกไปจากมือคุณ?

ใช่ครับ มันไม่มีทางอื่น แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นทางที่โคตรจะง่าย นั่นก็คือแบมือ และปล่อยให้หล่นออกมาเอง

จะว่าไปแล้ววิธีนี้สอนให้เรามองความทุกข์ต่างๆ ไม่ใช่แค่กับเรื่องรักเท่านั้นได้อย่างน่าคิดทีเดียว ความทุกข์มันไม่ได้เลืิอกจะเกาะเราไว้หรอกครับ แต่พวกเราต่างหากที่กำมันไว้ ความทุกข์มันก็เหมือนดินสอแท่งนั้นที่มันก็ไม่ได้ทำอะไร มีแต่เรานั่นแหละที่ไปหยิบมันมาถือไว้ กำเอาไว้เพราะไม่อยากปล่อยมัน และพอเราปล่อยมือ มันก็หลุดออกไปเองโดยที่เราไม่ต้องไปดัน ไม่ต้องออกแรงโยนอะไรเสียด้วยซ้ำ

ฉะนั้น ถ้าคุณยังมีความทุกข์อะไรไว่้อยู่ในมือของคุณ…

แบมือของคุณสิครับ