ถ้าถามงานอดิเรกช่วงก่อนหน้านี้ของผมนั้น ผมมักจะใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ ถ้าจะมีเรื่องความสนุกเข้ามาบ้างก็คือการเล่นเกมคอนโซลแบบ Playstation เป็นหลัก แต่ก็มีโอกาสที่ทำให้ผมได้โดนชวนเล่นบอร์ดเกมจากเพื่อนที่เป็นขาบอร์ดเกม จนทำให้หลังๆ มานี้ผมใช้เวลาว่างช่วงสุดสัปดาห์นัดกลุ่มเพื่อนมาเล่นบอร์ดเกมกันอยู่เสมอ (แทบทุกอาทิตย์) และผมคิดเลยว่ามันน่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักการตลาดควรจะทำกันยามว่างเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือการลับคมความคิด

ถ้าพูดถึงการเล่นเกมนั้น แน่นอนว่าสิ่งสำคัญก็คือการเอาชนะปัญหาต่างๆ และความท้าทายที่ตัวเกมวางเอาไว้ ซึ่งถ้าเราเล่นเกมปรกติก็คงจะได้ความบันเทิงกันเป็นสำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากการเล่นบอร์ดเกมแบบ “จริงจัง” ในช่วงหลังๆ นั้นไม่ใช่แค่เรื่องความสนุกที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนเท่านั้น แต่เรียกว่าเป็นการแข่งขันและจำลองสถานการณ์ธุรกิจกันอย่างจริงจังเลยก็ว่าได้

อย่างเกมที่ผมกับเพื่อนมักจะเล่นกันบ่อย (มาก) คือ Food Chain Magnate ซึ่งเป็นเกมกลยุทธ์แบบจริงจัง (มาก) ว่าด้วยการเปิดร้านอาหารแข่งกันเพื่อทำกำไรสูงสุดในเกม โดยผู้เล่นแต่ละคนก็จะต้องรับบทบาท CEO ในการวางแผนองค์กร การบริหารคนว่าจะว่าจ้างใคร มาทำงานอะไร และทั้งหมดนี้จะสอดรับกับตลาดอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นการคิดกระบวนการทำธุรกิจแบบย่อมๆ บนกระดานแล้วต้องฟาดฟันกับบรรดาคู่แข่ง (เพื่อนเรานี่แหละ)

เหตุผลที่ผมค่อนข้างชอบการเล่นบอร์ดเกมนี้ ก็เพราะมันสามารถเทียบเคียงกับชีวิตจริงของการทำธุรกิจและการตลาดมากๆ ผมกับเพื่อนหลายคนที่อยู่ในแวดวงการตลาดเล่นด้วยกันแล้วต้องมีบอกกันเลยว่ามันสามารถเอามาใช้สอนธุรกิจกันได้เลยทีเดียว เพราะในแต่ละจังหวะของการตัดสินใจนั้นเต็มไปด้วยการคิดวิเคราะห์สถานการณ์มากมาย ต้องคาดการณ์ว่าคู่แข่งจะเดินธุรกิจแบบไหน จะมาแย่งตลาดเราอย่างไร แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับคู่แข่งเหล่านั้น เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนรายละเอียดที่ยิ่งเล่นเกมเท่าไรก็จะยิ่งเห็นมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้าเป็นการเล่นแบบจริงจัง ไม่ใช่เล่นกันแบบให้จบๆ ไปก็จะเหมือนได้ทำ Business Simulation ขนาดย่อมๆ ในช่วงเวลา 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

การลับความคิดอยู่เสมอ

สิ่งที่ผมมักจะบอกคนทำงานด้านการตลาดอยู่บ่อยๆ ก็คือการฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ หนึ่งในด้านที่ผมคิดว่าเราควรหมั่นพัฒนาอยู่ตลอดคือการคิดวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการออกแบบกลยุทธ์เพื่อแก้สถานการณ์นั้นๆ ซึ่งนั่นทำให้การเล่นบอร์ดเกมแข่งกับเพื่อนหลายๆ คนจะพาเราไปอยู่สถานการณ์แบบนั้นอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราได้เรียนรู้จากตัวเองว่าเรามักจะพลาดตรงไหน เราคิดข้ามอะไรบ่อยๆ เรามักตัดสินใจผิดเรื่องอะไร และนั่นจะทำให้เราได้พัฒนาตัวเองต่อไปได้ในอนาคต


เอาจริงๆ ผมเองก็ยังไม่ใช่คนเล่นบอร์ดเกมระดับเซียนอะไร เรียกว่าเพิ่งมาเล่นกันจริงจังได้ไม่ถึงปี แต่ผมเห็นความสนุกและการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อีกหลากหลายแบบจากหลายๆ เกมที่เล่น ซึ่งผมคิดว่าข้างนอกนั่นก็คงมีอีกหลากหลายเกมที่เหมาะกับการเป็น​ “แบบฝึกหัด” ให้นักการตลาดหรือแม้แต่ผู้ประกอบการได้ลับสมองตัวเองกัน มันมีธีมมากมายเช่นเปิดคาเฟ่ ขายอาหาร ขายเบียร์ ทำการค้า ขายหุ้น ฯลฯ ซึ่งนั่นคงจะเหมาะกับความสนใจแต่ละคนได้ไม่ยาก

ก็อยากให้ลองไปหามาเล่นกันดูนะครับ