ในงาน WWDC 2019 ซึ่งเป็นการขนอัปเดตใหญ่ของ Apple ทั้งในด้านซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ นั้น เราก็เห็นหลายสิ่งที่น่าสนใจอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการแบบใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา

คำถามน่าคิดคือมันมีมุมการตลาดอะไรบ้างที่แฝงอยู่ในงานที่พูดถึงเทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะว่าไปมันก็มีหลายเรื่องที่น่าหยิบมาคุยกันได้เหมือนกัน ซึ่งขอหยิบบางประเด็นมาคุยกันสนุกๆ 

Privacy กลายเป็นจุดขายในยุคดิจิทัล

ในขณะที่โลกเริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวหลังจากที่เกิดกรณีข้อมูลรั่วไหลจาก Platform ใหญ่ๆ หรือการที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าข้อมูลของตัวเองถูกนำไปใช้โดยผู้ให้บริการต่าๆง โดยที่ตัวเองไม่ได้ยินยอม สิ่งที่ Apple หยิบมาชูเป็นจุดแข็งเลยก็คือเรื่องของการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว

เอาจริงๆ เรื่อง Privacy นั้นเป็นสิ่งที่ Apple ก็มีพูดมาบ้างก่อนหน้านี้ แต่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่หรือเห็นผลชัดเจนนัก แต่ด้วยกระแสการพูดถึง เช่นเดียวกับการออกกฏหมายในหลายๆ ประเทศทำให้ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานดิจิทัลถูกยกระดับความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้สิ่งที่ Apple ปูมาตลอดกลายเป็นอีกจุดขายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ให้มีการติดตามข้อมูลผู้ใช้งานบน Safari (Web browser ของทาง Apple) หรือการเข้ารหัสต่างๆ ชนิดที่แม้แต่พนักงาน Apple ก็ไม่สามรถเข้าถึงได้

ในอัปเดตล่าสุดก็มีการพัฒนาระบบ Sign in with Apple หรือการใช้ Apple ID ทำการใช้บริการแอพหรือบริการออนไลน์อื่นๆ แทนที่จะต้อง Sign in with Facebook / Sign in with Google ซึ่งผู้บริการก็จะทำการดึงข้อมูลส่วนตัวของเราไป ไม่ว่าจะเป็น Email ชื่อ วันเดือนปีเกิด ฯลฯ จนทำให้หลายๆ คนก็แอบหวั่นๆ ว่าข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาหรือเปล่า ซึ่งการใช้ Sign in with Apple นั้นเรียกว่าอุดรอยรั่วต่างๆ นี้มากกว่าวิธีการอื่นๆ แถมทำให้คนมั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการเหล่านี้จะได้รับข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น ถึงขั้นขนาดมีการสร้าง Email จำลองซึ่งเข้ารหัสไว้เพื่อใช้ลงทะเบียนแทนที่จะให้ Email จริง ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้ผู้ใช้งานหลายๆ คนชอบมากเนื่องจากเบื่อหน่ายกับการได้รับอีเมล์แจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นหรือไม่ต้องการ

ถ้าวิเคราะห์เรื่องนี้แล้ว จะเห็นว่าประเด็นเรื่อง Privacy น่าจะเป็นประเด็นใหญ่ของวงการการตลาดดิจิทัลในไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นโจทย์ให้เหล่าแบรนด์ที่มีการเก็บข้อมูลลูกค้านั้นต้องปรับตัวหรือสร้างความโปร่งใสให้กับผู้ใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัว หรืออคติที่จะใช้บริการต่อๆ ไปนั่นเอง

AR มาเรื่อยๆ (และ Apple ก็ดันเต็มที่เช่นกัน)

หนึ่งในไฮไลท์ของงานก็คือเรื่องการระบบปฏิบัติการใหม่ของ Apple นั้นจะรองรับการพัฒนาแอพมากขึ้นในส่วนของ AR ที่มีลูกเล่นเพิ่มมาหลายอย่าง เช่นการแยกแยะวัตถุต่างๆ และให้คนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ AR ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เหล่านักพัฒนาแอพต่างๆ สามารถนำไปสร้างไอเดียใหม่ๆ ของการทำคอนเทนต์ในมิติที่ต่างไปจากเดิม

ความท้าทายของการพัฒนาประสบการณ์แบบ AR นั้นถูกพูดถึงมาพักใหญ่ๆ แต่เหมือนว่าข้อจำกัดด้านเทคโนโลยียังมีอยู่เยอะพอสมควร เช่นเดียวกับระบบการรับส่งข้อมูลที่ต้องใช้ความเร็วมากกว่าเดิมซึ่งก็เป็นไปได้ว่า 5G ที่กำลังพัฒนานั้นจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ก็จะรองรับและมีแอพใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกต่อจากนี้

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแง่มุมที่เราจะเห็นว่าเทคโนโลยีและความเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นก็สะท้อนภาพการตลาดอยู่ไม่มากก็น้อย และหลายๆ อย่างก็สามารถนำไปคิดต่อถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นและส่งผลกับการตลาดของเราเองนั่นแหละครับ