หลังจากที่ Facebook ได้จัดงาน F8 ประจำปี 2019 และเผยเรื่องสำคัญๆ อย่างการ Redesign ตัวเว็บ / แอพ ตลอดไปจนถึงการเปิดตัว Product หรือบริการใหม่ๆ ไปแล้วนั้น หลายคนก็อาจจะคิดกันต่อว่ามีอะไรที่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจควรจะทราบบ้าง เพราะเท่าที่เห็นใน Keynote ก็ไม่ได้มีการพูดถึงผลิตภัณฑ์เชิงธุรกิจเป็นพิเศษ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีมุมที่เราสามารถมาคิดวิเคราะห์และต่อยอดได้เหมือนกันนะครับ

การสร้าง Community

สิ่งที่เราเห็นได้ค่อนข้างชัดคือการ Redesign ตัวเว็บ / แอพ ซึ่งถือเป็นการ Redesign คร้ังใหญ่ในรอบหลายปีนั้น ไม่ใช่แค่เพื่อให้ตัว Facebook ดูเรียบง่ายและทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่ยังเห็นเรื่องการโฟกัสให้คนใช้ Facebook ในเรื่องของ Group Community มากขึ้นด้วย ซึ่งตรงนี้เองผู้บริหารของ Facebook ก็มีการย้ำอยู่เสมอว่าตัวแพลตฟอร์มนั้นมุ่งสนับสนุนให้คนได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ได้รู้จักคนใหม่ๆ จากกลุ่มต่างๆ และนั่นทำให้การออกแบบเว็บ / แอพใหม่นั้นเอื้อต่อการใช้งานส่วนนี้มากขึ้น

เรื่องน่าคิดสำหรับการตลาด:

ก่อนหน้านี้เราก็อาจจะเจอเรื่องการปรับลด Algorithm ของบรรดา Page ต่างๆ ที่ทำให้ Reach ลดลงไปแล้ว ประกอบกับการดันเรื่อง Group Community ขึ้นมานั้น ก็อาจจะทำให้บรรดาแบรนด์และธุรกิจต่างๆ อาจจะต้องกลับมาคิดเรื่องการใช้ประโยชน์ของ Facebook Group หรือการดูว่าแบรนด์จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Group ต่างๆ ได้อย่างไร (และในบทบาทไหน) และแม้ว่า Facebook อาจจะไม่ได้ออกมาพูดชัดเจนว่าจะมีการปรับ Algorithm มาสนับสนุนการให้คนเห็นคอนเทนต์ของ Group มากขึ้นไหม แต่การปรับ Design ให้คนใช้งานฟังก์ชั่นส่วนนี้มากขึ้นก็น่าจะเป็นจุดที่เชื่อได้ว่าต่อจากนี้ Facebook ก็คงมีอะไรที่ต่อเนื่องมาอีก

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเผยอีกว่าในกลุ่มประเภท Shopping Community นั้นก็มีฟีเจอร์น่าสนใจที่จะมาในอนาคตอย่างเช่นการซื้อของและชำระเงินได้เลยเป็นต้น

คำแนะนำ

  • ทบทวนเรื่องการสร้าง Brand Community / Facebook Group ว่าจำเป็นหรือไม่?
  • ลองดูว่ามี Group Community อะไรบ้างที่แบรนด์ของเราสามารถเข้าไปได้
  • วางแผนการสื่อสาร / แนวทางในการใช้ประโยชน์จาก Community 

Messenger Platform

แม้ว่าตลาดไทยอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ LINE มากกว่า แต่ช่องทางที่คนเสพข้อมูลข่าวสาร (เช่นเดียวกับโฆษณา) ก็คือ Facebook ซึ่งนับวันระบบโฆษณาของ Facebook ก็จะเอื้อให้สามารถเด้งจบการขายกันผ่าน Messenger ได้เลยแทนที่จะต้องข้ามแพลตฟอร์มไปมา และในอัปเดตล่าสุดก็จะเห็นว่า Facebook มีการปรับให้ตัว Messenger น่าใช้มากขึ้นไปอีกเพื่อดึงดูดให้เราใช้งาน Messenger มากขึ้นกว่าเดิม ไม่นับกับการเปิด API ต่างๆ ให้นักพัฒนาทำอะไรได้มากขึ้น การทำให้คุยข้ามแพลตฟอร์มได้ไม่ว่าจะเป็น Facbook Messenger – Instagram – Whatsapp และการออก Desktop App เพื่อให้สนทนากันง่ายขึ้นกว่าเดิม

เรื่องน่าคิดสำหรับการตลาด:

แม้ว่าจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ด้านธุรกิจโดยตรง และสัญญาณดังกล่าวก็น่าจะพอทำให้เราเห็นว่าฝั่ง Business Page ก็น่าจะได้รับผลตามไปด้วยในไม่ช้า ซึ่งถ้าใครเริ่มดึงลูกค้าให้คุยกับบริหารจบใน Facebook Page เลยนั้นก็น่าจะได้ประโยชน์ในอนาคตด้วยเช่นกัน

คำแนะนำ

  • พิจารณาเรื่องการทำ Messenger เป็นช่องทางสื่อสารหลักกับลูกค้า

การเลิกโชว์จำนวน Like

จากที่เคยเป็นข่าวลือ แต่ล่าสุดก็มีการยืนยันว่า Facebook ได้ทำการทดลองจริงที่จะไม่โชว์ให้คนเห็นว่าแต่ละโพสต์ของ Instagram นั้นมีคนไลค์เท่าไร ทั้งนี้เพื่ออยากให้คนโฟกัสไปที่คอนเทนต์มากกว่าพะวงว่าโพสต์นี้จะมีคนกดไลค์เยอะขนาดไหน โดยจำนวนคนกดไลค์นั้นยังแสดงให้กับเจ้าของโพสต์เห็นอยู่ แต่คนอื่นๆ จะเห็นว่ามีเพื่อหรือคนอื่นกดลไค์โพสต์นี้หรือเปล่า

การทดสอบดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในฝั่งแคนนาดา แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนอาจจะเริ่มคิดว่าจะนำไปสู่การใช้งานในแพตตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Facebook ด้วยหรือเปล่า (ซึ่งก็ต้องบอกว่ามีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน) และถ้ามีการปรับนี้ในวงกว้างแล้วก็น่าจะส่งผลพอสมควรกับผู้ใช้งานและแบรนด์ด้วยเหมือนกัน

เรื่องน่าคิดสำหรับการตลาด

เอาง่ายๆ ที่เราอาจจะเห็นผลตรงๆ คือเราจะไม่รู้ว่าคนๆ นี้มีโพสต์ที่คนชอบมากน้อยขนาดไหน เป็นปริมาณเท่าไรเว้นแต่เจ้าตัวจะโชว์ตัวเลขหลังบ้านให้ดู ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจจะทำให้การประเมิน Influencer โดยใช้ตัวเลขปริมาณต้องเจอปัญหากันพอสมควร แต่มองในแง่ดีคือทำให้นักการตลาดต้องรู้จักวิเคราะห์เชิงคุณภาพคอนเทนต์มากกว่าดูตัวเลขยอดไลค์กันเพียงอย่างเดียว

ในขณะเดียวกัน ฝั่ง Influencer ก็น่าจะมีผลด้วยเหมือนกันเพราะการปรับแบบนี้จะทำให้แบรนด์ต่างๆ มองไม่เห็นตัวเลขของตน ซึ่งก็ต้องมาทำ Report กันมากขึ้น เช่นเดียวกับถ้าการปรับนี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานจริงแล้วล่ะก็ มันก็ย่อมส่งผลกับยอด  Engagement ของโพสต์ไม่มากก็น้อยด้วยเช่นกัน