สุดสัปดาห์นี้ คอไอทีคงมีงานที่ไม่น่าพลาดกันคือ Thailand Mobile Expo ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (งานจัดระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม) ซึ่งวันนี้พอมีเวลาว่างก็เลยแวะเวียนไปดูเพื่อลองอัพเดทกันดูว่าตลาดมือถือวันนี้ไปถึงไหนกันแล้วบ้าง

จะว่าไปแล้ว งาน Thailand Mobile Expo น่าจะเป็นงานที่ค่ายมือถือต่างๆ ทั้งผู้ผลิตรวมทั้งโอเปอร์เรเตอร์ขนของเอามาทำโปรโมชั่นกันแบบกะให้ผู้บริโภคต้องทุบกระปุกมาซื้อกันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่เราจะได้เจอการลดราคาของโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ พร้อมกับการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ โดยในปีนี้ Samsung Galaxy Note 2 น่าจะเป็นไฮไลท์ที่คนตามหาเยอะอยู่ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะการตลาดของ Samsung ที่ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จด้วย (สังเกตได้ว่าร้านติดฟิลม์ต่างติดป้ายว่ามีฟิลม์ของ Note 2 ประหนึ่งว่ามีคนมาถามหาเยอะละมั้ง)

ที่น่าสนใจคือเมื่อเดินงาน Thailand Mobile Expo แล้ว พบว่ากลุ่มคนที่ถามหา Smartphone นั้นมากขึ้นกว่าเมื่อสองปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด งานทั้งงานเรียกได้ว่าเต็มไปด้วย Smartphone ที่มีตั้งแต่ราคาไม่กี่พันไปจนถึงสองหมื่นกว่าบาท ขณะเดียวกันคนที่ถามหาก็ไม่ได้มีแค่วัยรุ่นเพียงอย่างเดียว หากมีผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุมาเดินเลือกซื้อ Smartphone กับเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะคล้อยไปตามเทรนด์ตลาดที่ Smartphone จะค่อยๆ เพิ่มส่วนแบ่งมากขึ้น ผู้ใหญ่เองก็เริ่มใช้สื่อสังคมอย่าง Facebook Twitter มากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะมองหา Smartphone ใช้งานเพื่อที่จะสามารถเล่นได้แม้ว่าจะไม่อยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ (แม้แต่แม่ผมเองยังถามหาเลยครับ) ส่วนตลาด Feature Phone ก็น้อยลงเรื่อยๆ เพราะคนรู้สึกว่าจ่ายแพงกว่าอีกนิดก็ได้ Smartphone รุ่นเล็กที่ทำอะไรได้มากกว่าแล้ว (อย่างน้อยก็มี Line / Whatsapp ไว้คุยกับลูกหลานได้แหละ)

แต่สิ่งที่ผมค่อนข้างสนใจมากกว่าคือตลาด Accessory ที่ดูเหมือนจะบูมมากๆ ตั้งแต่เรื่องเคส ฟิลม์กันรอย แบตสำรอง หูฟัง ที่ดูจะได้รับความสนใจไม่แพ้กับการซื้อเครื่อง เพราะจะว่าไปแล้ว พฤติกรรมของคนจำนวนมากเมื่อซื้อ Smartphone / Tablet ราคาสูงคือการพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเป็นรอย ในขณะเดียวกันก็อยากเสริมแต่งความเป็นตัวของตัวเองหรือเพิ่มความเป็นแฟชั่นไปในตัว นั่นทำให้ตลาดอุปกรณ์เสริมนั้นขายได้เสมอ ผู้ใช้มีการเปลี่ยนบ่อยครั้งง และเผลอๆ อาจจะใหญ่จนน่าตกใจด้วย (ผมไปยืนมองตามบูทต่างๆ ถือว่าคนเยอะมากทีเดียว)

ดูจากภาพรวมของงานแล้ว คนไทยเองคงเองก็คงมีเทรนด์แบบเดียวกับหลายๆ ประเทศ คือการเสพเทคโนโลยีในระดับสูง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการกระจุกเฉพาะในตัวเมืองหรือไม่ (เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าในตลาดต่างจังหวัดนั้นจะคลั่งไคล้ Smartphone มากน้อยแค่ไหนกัน) ซึ่งเมื่อเรามีอุปกรณ์ระดับนี้แล้ว อุตสาหกรรม “คอนเทนต์” ที่อุปกรณ์เหล่านี้รองรับก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กันว่าจะขยับขยายอย่างไร