วันก่อนผมได้ดูคลิปของรายการ X-Factor ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาร้องเพลงพร้อมกับถ่ายทอดความหลังว่าเธอนั้นโดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนคนอื่นๆ ในโรงเรียน (หรือที่ภาษาอังกฤษมักใช้คำว่า Bullying) และนั่นกลายเป็นปมที่ทำร้ายเธอมาโดยตลอด

แน่นอนว่าเรื่องราวของเธอและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการ X-Factor นั้นน่าทึ่งมาก (แนะนำให้ดูกัน)

หลังจากดูคลิปนี้ทำให้ผมอดคิดเรื่องของการกลั่นแกล้งคนต่างๆ ในปัจจุบันไม่ได้

สำหรับหลายๆ คน การกลั่นแกล้งมักถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องของเด็กๆ ในโรงเรียน มีหัวโจก มีตัวเกเรที่คอยยุยงให้คนอื่นแกล้งใครคนหนึ่ง ทำร้ายคนอื่นเพื่อความสะใจของตัวเอง

แต่มันเป็นเรื่องของเด็กๆ จริงๆ เท่านั้นหรือ?

ในประสบการณ์และความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ผมว่าทุกวันนี้เราเห็นการกลั่นแกล้งคนอื่นกันทั้งในเด็กและผู้ใหญ่กันทั้งนั้น โดยเฉพาะยิ่งในโลกไซเบอร์กันด้วยแล้ว นับวันยิ่งหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ เราเจอพฤติกรรมการจิกกัด แซะ เหน็บแนม ประชดประชัน กระแนะกระแหนกันมากขึ้นทุกๆ วัน และทั้งหมดนี้ทำกันบนพื้นที่สาธารณะอย่าง Twitter Timeline หรือ Facebook Feed กัน

เรียกได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันแบบประจานสาธารณะเลยก็ว่าได้ ยิ่งใครมีเครือข่ายเยอะ มี Follower เยอะก็ไม่ต่างจากการยุยงพวกตัวเองให้จงเกลียดจงชังอีกฝ่าย

ผมอดคิดไม่ได้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะรุนแรงและหนักหน่วงขึ้นไปถึงระดับไหนกัน

และที่แน่ๆ มันไม่ใช่เกิดกับเด็กๆ ที่เพิ่งใช้เครื่องมือออนไลน์เพียงอย่างเดียว ผู้ใหญ่หลายคน หรือแม้แต่บรรดาคนที่บอกตัวเองว่าเป็น “คนดัง” หรือ “เซเลบ” ก็ทำตัวไม่ต่างจากเด็กๆ ที่ใช้พื้นที่ของตัวเองในการกลั่นแกล้งคนอื่นผ่านตัวอักษรในสื่อของตัวเอง

ตัวผมเองก็เคยเจอมาไม่น้อยเหมือนกัน (แต่จะไม่ขอพูดถึงแล้วกันนะฮะ)

ปัญหาการกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือที่เรียกกันว่า Bully นี้เป็นปัญหาใหญ่มากในต่างประเทศ มีการรณรงค์กันอย่างแพร่หลายเพราะรู้กันดีว่าหากปล่อยไปจะเกิดปัญหาฝังลึกในสังคม ทำให้หลายๆ คนเกิดปมและกลายเป็นคนมีปัญหาในอนาคต แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกหยิบมาพูดในสังคมไทยกันเท่าไรนัก

และมันก็น่าห่วงว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราปล่อยมันไปเรื่อยๆ เรากำลังจะเห็นว่าการกลั่นแกล้งผู้อื่นบนโลกไซเบอร์เป็นเรื่องปรกติ เป็นเรื่องชอบธรรมได้ด้วยคำอ้างว่า “เสรี” และ “สิทธิส่วนบุคคล” โดยไม่ได้มองว่านั่นเป็นการกระทำที่ไม่ควรได้รับการส่งเสริมเลยแม้แต่น้อย

ผมเชื่อเสมอว่าความชอบธรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นได้เมื่อมันถูกทำนองครองธรรม อยู่บนศีลธรรมที่ดี แต่หากการใช้พื้นที่ออนไลน์ที่อ้างว่าเสรีเพื่อทำให้คนอื่นเดือดร้อน จงใจเจตนาทำร้ายกันเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นเดือดเป็นร้อนโดยใช้คำอ้างข้างๆ คูๆ แล้ว ผมไม่คิดว่านั่นคือความชอบธรรมที่สังคมควรจะมอบให้แต่อย่างใด หากแต่เป็นสิ่งที่สังคมควรกีดกันและห้ามปรามเสียด้วยซ้ำ

ในประเทศที่เรายังมีชุดความคิดขุ่นมัวของคำว่า “สิทธิ” และ “เสรีภาพ” โดยไม่สนใจเรื่อง “ความถูกต้อง” และ “รับผิดชอบ” ผมเชื่อว่าเราควรรีบกลับมาสนใจเรื่องเหล่านี้ให้เร็วที่สุด เพราะนับวัน เยาวชนก็เข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาถูกสื่อเหล่านี้หล่อหลอมได้อย่างรวดเร็ว หากเราทำให้สื่อเหล่านี้สะอาดและปลอดภัย พวกเขาย่อมมีโอกาสได้อนาคตที่ดี หากมันเป็นสื่อที่สกปรกและติดเชื้อร้าย เราก็คงจะเห็นอนาคตของชาติที่น่าวิตกกังวัลอยู่ไม่น้อย

ผู้ใหญ่หลายคนมักบอกให้คนที่เจอการกลั่นแกล้งอดทนและก้าวผ่านไป บอกว่ามันเป็นบททดสอบของชีวิต จริงอยู่ว่าคนที่ก้าวข้ามผ่านไปได้นั้นจะเป็นคนที่เข้มแข็งมาก แต่ภายใต้คำพูดคมๆ สวยหรูนั้น มีหลายอีกกี่คนที่ก้าวข้ามไม่ผ่านและกลายเป็นเหยื่อของความโหดร้ายนี้ไป

เราคงไม่อยากให้มีเหยื่อเกิดขึ้นในสังคมไทยหรอก จริงไหมครับ?