เรื่องของการสร้างธุรกิจแบบใหม่ การบริหารแบบใหม่กลายเป็นหนึ่งใน Topic พูดคุยกันบ่อยๆ ในหลายเวที เพราะก็มีการพูดกันอย่างจริงจังว่า “ระบบ” ของธุรกิจแบบเดิมนั้นไม่ได้เวิร์กกับสมัยปัจจุบันแล้ว เราอาจจะจำเป็นต้อง “รื้อระบบ” ที่มีอยู่เพื่อจะทำให้เราสามารถพาองค์กรไปข้างหน้าได้ในความเร็วที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นในทุกๆ วัน

นั่นก็คงมีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย เพราะเราก็ต้องยอมรับว่าระบบและแบบแผนการทำงานที่เราเคยใช้กันมาหลายปี (หรือหลายสิบปี) นั้นเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในบริบทธุรกิจแบบเก่า ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะสภาพแวดล้อมในปัจจุบันเสียแล้ว

อย่างไรก็ดี อีกปัญหาหนึ่งที่ผมมักจะเจอคู่ขนานกันไปก็คือการที่มีผู้ประกอบการใหม่ๆ เกิดขึ้น อาจจะด้วยโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาหรือเครื่องมือต่างๆ ทำให้วันนี้หลายคนประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น เช่นจะขายของออนไลน์ เป็นต้น แล้วก็มาด้วยความคิดที่ว่าจะไม่บริหารธุรกิจแบบเดิมๆ เพราะน่าเบื่อ เชื่องช้า จะใช้วิธีใหม่ๆ สร้างองค์กรแบบใหม่ขึ้นมา ยกเลิกกฏระเบียบหลายๆ อย่างออกไป

ผลที่ตามมาคือความโกลาหลของหลายๆ ธุรกิจที่พอคนเยอะมากขึ้น เกิดปัญหาในการบริหาร การจัดการต่างๆ จนความอิสระและการไม่ยึดติดกับแบบแผนเดิมกลายเป็นชนวนทำให้เกิดปัญหาตามมาอยู่ไม่น้อย เช่นพอให้ทำงานกันฟรีๆ ก็จะมีคนที่ไม่ทำงานตามกำหนดการ เข้างานสาย เกิดการเขม่นหรือรู้สึกถูกเอาเปรียบจากคนอื่นๆ จนฝ่ายบุคคลก็ต้องเข้ามาจัดการยุติปัญหาและกลายเป็นเรื่องปวดหัวของคนทำงานกันอีก

เวลาคุยกันเรื่องนี้ ผมเลยมักเตือนกับเจ้าของธุรกิจ (รุ่นใหม่) หลายคนว่าการที่จะไม่ยึดติดกับระบบหรือแบบแผนแบบเดิมๆ ของธุรกิจนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจจะไม่มีแบบแผน อิสระเสรีจนไม่มีระบบบริหาร เพราะเอาจริงๆ แล้วมันก็คือการที่เจ้าของธุรกิจเปลี่ยนจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว การยกเลิกระบบเดิมๆ ที่เราอาจจะไม่เห็นด้วยเพราะไม่ชอบ ไม่พอใจนั้น ก็ต้องพิจารณากันให้ดีเสียก่อนเพราะแม้ว่าจะมีความไม่พอใจอยู่ แต่ระบบดังกล่าวก็อาจจะมีประโยชน์หรือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารอย่างอื่นในภาพรวมซึ่งอาจจะเป็นเรื่องจำเป็นที่ขาดเสียไม่ได้ ถ้าหากจะยกเลิกไปก็ต้องมั่นใจว่ามีตัวตายตัวแทน หรือยังสามารถรักษากลไกเดิมไว้ได้อยู่ (เว้นเสียว่าจะไม่ต้องการกลไกนั้นอีกแล้ว)

เรื่องนี้มันเลยกลับมาเป็นสิ่งเตือนใจกับผู้ประกอบการหลายคนว่าการไม่ยึดติดกับแบบแผนเดิมๆ นั้นก็เป็นเรื่องดี เพราะทำให้เราก้าวไปข้างหน้า มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แต่การจะก้าวออกจากแผนเก่าไปนั้น เราเองก็ต้องมีแผนใหม่ที่แข็งแรงไว้รองรับ ไม่ใช่ก้าวออกไปโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร ลอยเคว้งไร้ทิศทาง ซึ่งนั่นก็อาจจะอันตรายยิ่งกว่าการทำธุรกิจในแบบแผนเดิมเสียอีกต่างหาก