วันก่อนที่ผมไปบรรยายเรื่องเทรนด์การตลาดในปี 2020 ให้กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ ก็มีผู้ประกอบการรายหนึ่งเดินมาหาผมพร้อมกับคำถามง่ายๆ ว่า

“แปลกไหม ถ้าพี่จะไม่ทำดิจิทัล?”

มันดูจะเป็นคำถามเรียบง่ายแต่ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการหลายคนก็คงจะมีคำถามคล้ายๆ กัน โดยเฉพาะกับหลายธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจมาแบบเดิมๆ แล้วตอนนี้ก็โดนถาโถมด้วยกระแสว่าเศรษฐกิจกำลังแย่ ต้องรีบปรับตัว ต้องไปขายออนไลน์นะ ต้องไปทำ Facebook นะ ฯลฯ

แต่นั่นก็มาพร้อมกับเรื่องใหญ่อยู่ไม่น้อยสำหรับหลายๆ คน เช่น

  • ต้องไปเรียนเครื่องมือใหม่ๆ
  • ต้องลงทุนทำโฆษณาและสื่อใหม่ๆ
  • ต้องเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ
  • ต้องหาคนมาทำงานเพิ่ม
  • ฯลฯ

เรียกว่าสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าของกิจการกันพอสมควร แต่ก็กลายเป็น “เรื่องบังคับ”​เพราะใครๆ ก็พูดกัน เวทีไหนๆ ก็พูดเหมือนกันว่าไม่ทำดิจิทัลแล้วจะตาย โดน Disrupt ไปแน่นอน

กลับมาที่คำถามข้างต้น ผมเลยชวนคุยกับผู้ประกอบการรายนั้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองว่าจริงๆ เขาต้องทำดิจิทัลหรือเปล่า?

“แล้วสินค้าของคุณคืออะไรครับ?”

“คุณต้องการลูกค้าเยอะไหมครับ?”

“วันนี้มีลูกค้าดีอยู่ไหมครับ?”

“ลูกค้ามาจากช่องทางไหนบ้างครับ?”

นั่นเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่ผมถามกลับไปเพื่อให้เขาคิด เพราะผมไม่ต้องการจะฟันธงลงไปว่าการทำดิจิทัลคือทางรอดเสมอไป หากแต่ถ้าธุรกิจของเราไม่ได้สอดคล้องกับวิถีดิจิทัลแต่อยู่ได้ เราก็ไม่ต้องทำ

เรื่องนี้เองเป็นสิ่งที่ผมเตือนผู้ประกอบการหลายคนว่าการทำการตลาดดิจิทัลนั้นเป็น “ปลายทาง” ของการทำงานการตลาด ซึ่งหากตัวกลยุทธ์ของธุรกิจเรานั้นไม่ได้ต้องไปข้องเกี่ยวกับดิจิทัลก็ไม่ต้องไปทำมัน เพราะมีแต่จะสร้างภาระและเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ต้นทุนสูงขึ้นกว่าเดิมอีก

เราต้องไม่ลืมว่าในหลายๆ ธุรกิจนั้น ดิจิทัลเป็นแค่ “ตัวเสริม”​ หรือ “ตัวช่วย” ไม่ใช่ตัวเลือก (ณ เวลานี้) ของธุรกิจ เช่นเคสของคนที่มาถามผมนั้น เขาเป็นคนทำงานฝีมือประเภททำได้เดือนละ 2-3 ชิ้น แต่มีคนมารอซื้อเรียบร้อยแล้ว เพราะงานดี มีคุณภาพ เรียกได้ว่าไม่ต้องไปทำโฆษณาอะไรก็ขายได้ และต่อให้โฆษณาไปก็ทำมากกว่านี้ไม่ได้เหมือนกันเพราะทำเองขายเอง ไม่ได้มีลูกมือ

ที่สำคัญคือเขา “พอ”​ แล้วกับธุรกิจขนาดนี้

ฟังดูแบบนี้แล้ว ผมก็ไม่รู้จะพยายามยัดเยียดให้เขาไปเรียน Facebook ไปทำ Website ทำไมให้ยุ่งยาก เพราะดูธุรกิจของเขาก็ยั่งยืนดีอยู่แล้ว เว้นเสียแต่วันข้างหน้ามันอาจจะมีสถานการณ์ใหม่ให้เขาต้องปรับตัว

ที่ผมเล่ามานี้เพื่ออยากลองให้ฉุกคิดกันนิดนึงว่าจริงอยู่ดิจิทัลนั้นเป็นเรื่อง “ใหญ่” สำหรับหลายๆ ธุรกิจที่เข้าข่ายว่า “ต้องปรับตัว” กันเลย แต่ขณะเดียวกันหลายๆ ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบน้อย หรืออาจจะไม่ได้จำเป็นต้องทุ่มทุนสร้างอะไรมากมายเพราะพื้นฐานของธุรกิจนั้นมีความแตกต่างออกไป

ฉะนั้นแล้ว ถ้าธุรกิจของเราไม่ได้รับผลกระทบ ลูกค้าเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมาก มันก็ไม่มีเหตุถึงขั้น “จำเป็น” ที่จะต้องมาทำดิจิทัลอะไรกัน

เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว จะกลายเป็นเพิ่มภาระมากกว่าเป็นตัวช่วยให้กับธุรกิจนั่นเองล่ะครับ