ในช่วงที่การพูดคุยเรื่อง Digital Trasnformation นั้น หลายๆ คนก็มักจะโฟกัสไปเรื่องของการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ การสร้างบริการใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสำคัญเสียเยอะ บ้างก็พูดถึงเรื่อง Disruption ต่างๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมักพบว่าหลายๆ คนไม่ค่อยพูดถึงหรืออาจจะไม่ให้ความสำคัญมากนักแต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ด้วยซ้ำก็คือเรื่องของการปรับรูปแบบ Operation ขององค์กรโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามา

ทั้งนี้เพราะเวลาผมพูดเรื่อง Digital Transformation นั้น เราต้องเข้าใจกันเสียก่อนว่ามันไม่ใช่เรื่องของการสร้าง Digital Product / Service หรือการทำ Digital Marketing เพียงอย่างเดียว หากแต่สิ่งที่จะส่งผลและทำให้การ Transformation นั้นเกิดขึ้นได้จริงก็คือวิธีการบริหารจัดการภายในตัวองค์กรด้วยต่างหาก ซึ่งถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าหลายๆ องค์กรในไทยตอนนี้เองก็เริ่มตื่นตัวและปรับวิธีการทำงานหลายๆ อย่างเช่นการสร้างระบบวัดผลการทำงานหรือ KPI กันเสียใหม่

ที่เราบอกว่าเรื่องค่อนข้างสำคัญนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว เราจะเห็นว่าการบริหารธุรกิจในบริบทแบบใหม่นั้นทำให้การทำงานหลายๆ อย่างไม่สามารถทำอยู่ในวิถีแบบเดิมๆ ได้ เราพูดถึงการปรับวิธีการทำงานไปใช้แบบ Agile / Lean มากขึ้น ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างนโยบายใหม่ แต่หากมาพร้อมกับการเปลี่ยนวิธีการทำงานอีกมากมายตามมาด้วย

ตัวอย่างที่พอจะเห็นได้ชัดคือการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่สมัยก่อนนั้นจะใช้วิธีการพัฒนาให้ “สำเร็จ” และออกสู่ตลาดโดยพยายามให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

แต่สำหรับการพัฒนาสินค้าหลายในปัจจุบันที่เรียกว่ามีการผกผันเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา การรอให้เสร็จสมบูรณ์อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีเท่าไรนัก หากเราไปดูการพัฒนาสินค้าหรือบริการโดยใช้แนวคิดใหม่ๆ อย่าง Design Thinking นั้นจะเห็นว่ามันเป็นการลองผิดลองถูกและค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ แทนที่จะหมกตัวอยู่ในห้องประชุมแล้วทำให้เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น เช่นเดียวกับบริษัทที่ไม่ได้มุ่งหวังกับการหา Killer Idea เพียงชิ้นเดียว หากแต่เป็นการลงทุนในการพัฒนาหลายไอเดีย ทดสอบ ทดลอง และคัดจนเลือกไอเดียที่ดีพอจะกลายเป็นสินค้าหรือบริการขึ้นมา

ที่เล่ามานี้จะเห็นว่ากระบวนการทำงานต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย ไม่ใช่แค่นโยบายของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาในองค์กรเท่านั้น

นอกจากนี้แล้ว เราจะเห็นว่า Digtial Transformation นั้นยังเป็นช่วงที่มีการสร้างเครื่องมือใหม่ๆ ให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้และลดภาระหลายๆ อย่างลงไป ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น เร็วขึ้น เช่นระบบการจัดเก็บข้อมูล เอกสาร การประชุมต่างๆ ตลอดไปจนถึงการดำเนินการประสานงานต่างๆ ที่หลายองค์กรเองก็เริ่มมีการประยุกต์เครื่องมือใหม่ๆ อย่าง Collaboration Tools เข้ามาใช้ด้วย

ที่ผมเล่ามาถึงตรงนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Operation ที่จริงๆ นั้นเป็นเรื่อง “ใหญ่มาก” ขององค์กรและต้องได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อให้รองรับการเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพเข้ามา

เพราะถ้าการทำ Transformation นั้นเป็นแค่เรื่องของการเพิ่มเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามา แต่พนักงานใช้ไม่ได้ หรือกระบวนการทำงานไม่เอื้อให้ใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้ดี หรือที่หนักกว่าคือเครื่องมือเหล่านั้นกลายเป็น “ภาระ” ให้กับองค์กรแล้ว การ Transformation นั้นก็คงไม่ประสบความสำเร็จเป็นแน่นั่นเองล่ะครับ