เมื่อเรามีไอเดียธุรกิจแล้ว พัฒนาสินค้าก็แล้ว พอตอนที่จะเอาสินค้าเข้าสู่ตลาดนั้น การตั้งราคาสินค้าก็เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน แล้วเราก็มักเจอการตั้งราคาสินค้าโดยที่ไม่พิจารณาให้รอบคอบจนทำให้เกิดปัญหาตามมาได้พอสมควร แม้กับตัวผมเองก็เคยคิดไม่รอบคอบจนทำให้ได้รับผลกระทบมาไม่น้อยทีเดียว

บล็อกนี้ เลยขอหยิบความผิดพลาดหรือจุดที่ลืมคิดในการตั้งราคาจนทำให้เกิดปัญหาตามมาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อเตือนสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังคิดเรื่องการตั้งราคาสินค้ากันหน่อยนะครับ

1. ตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้คำนวนต้นทุน

ปัญหานี้มักเกิดจากการที่เจ้าของธุรกิจเห็นราคาสินค้าในตลาด หรือมีราคาสินค้าในใจอยู่แล้วก็เอามาเป็นมาตรฐานโดยที่ตัวเองไม่ได้คำนวนเรื่องต้นทุนที่ครอบคลุมเพียงพอ แล้วทำให้เมื่อบวกกันไปมาแล้วกลายเป็นว่าราคาขายแทบจะไม่ได้กำไร (หรือบางทีก็ขาดทุนไปด้วยซ้ำ) จนทำให้ธุรกิจไม่ได้คุ้มอย่างที่ควรจะเป็น

2. ตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้คำนวนเรื่องการสต็อค

หลายคนจะคิดว่าเรามีต้นทุนเท่าไร ขายไปเท่าร แล้วเราได้กำไรเท่าไร ซึ่งก็จะเป็นตัวเลขในใจเพื่อบอกว่าในแต่ละเดือนเราจะมีรายได้ประมาณเท่านี้ๆ บาท แต่กับหลายธุรกิจนั้นจะมีปัญหาคือการต้องลงทุนทำสินค้าก่อน สต๊อคของไว้ก่อนเยอะๆ จนทำให้ทุนไปจมกอง พอขายสินค้าได้จริงก็อาจจะไม่มีเงินพอมาหมุน ยิ่งถ้าต้องไปผลิตหรือสั่งสินค้ามาเพิ่มก็จะทำให้กำไรที่เกิดขึ้นจากการตั้งราคาโดยไม่ได้เผื่อเงินสดหมุนเวียนนั้นมีปัญหา

3. ตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้ดูตลาด

ในอีกทางหนึ่งนั้น การตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้เข้าใจตลาดว่าตอนนี้ราคาตลาดอยู่ที่เท่าไร แนวโน้มตลลาดมีความต้องการสูงหรือต่ำ ลูกค้ามีเงินหรือกำลังซื้อเท่าไรก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะบางคนเน้นไปตั้งราคาสูงเพื่อหวังจะได้กำไรเยอะๆ แต่กลายเป็นว่าลูกค้ามองว่าแพงไป ไม่จำเป็น ในขณะที่บางคนก็ไปตั้งราคาต่ำไปจนทำให้คนมองว่าเป็นสินค้าด้อยคุณภาพเมื่อเทียบกับคู่แข่งเอาได้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการดูว่าตลาดมีราคาอยู่ประมาณเท่าไรก็เป็นพื้นฐานที่ควรจะรู้ก่อนตั้งราคาสินค้าด้วยเหมือนกัน

4. ตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้ดูคู่แข่ง

การมองแต่สินค้าตัวเองจนไม่ได้ทำการบ้านคู่แข่งมักจะเป็นจุดอันตรายของธุรกิจอยู่ไม่น้อย ซึ่งคู่แข่งที่ว่านี้ก็มีตั้งแต่คู่แข่งทางตรงและทางอ้อม สินค้าทดแทนต่างๆ ซึ่งล้วนมีผลในการเปรียบเทียบและตัดสินใจของลูกค้าด้วย ฉะนั้นแล้วจึงควรจะมีการทำการบ้านดูว่าคู่แข่งอยู่อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง