“เพราะแม้งานจะน่าทำ แต่อาจจะมีอีกหลายเหตุผลที่เขาไม่มาทำ”

ปัญหาเรื่องการหาคนเข้าที่ทำงานนั้นเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับหลายองค์กรโดยเฉพาะช่วงที่กำลังขยายงาน เพิ่มแผนกต่าง ๆ ตามการเติบโตของธุรกิจซึ่งแน่นอนว่าหน้าที่นี้ก็จะถูกยกให้กับแผนกบุคคลไป

และก็หลายครั้งที่ตำแหน่งว่างเหล่านั้นไม่สามารถหาคนมาลงได้ ซึ่งก็จะกลายเป็นปัญหาที่ต้องแก้ของฝ่ายบุคคล โดยในขณะเดียวกันก็อาจจะมีเสียงบ่นจากบรรดาแผนกต่าง ๆ ว่าทำไมยังไม่ได้คนสักที ทำไมถึงยังหาคนไม่ได้ คนที่มาสมัครยังไม่โดน ฯลฯ

หลายครั้งก็จะจี้มกันไปว่าฝ่ายบุคคลทำงานไม่มีประสิทธิภาพ หาคนไม่ได้

แต่ถ้าเราลองคิดวิเคราะห์กันดี ๆ แล้วนั้น การที่จะหาคนที่ใช่มาทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายประเภทเปิดรับสมัครแล้วจะมีคนมาสมัคร สัมภาษณ์ แล้วก็รับเข้าทำงานกันอย่างชื่นมื่นแต่อย่างใด

เมื่อเราลองวิเคราะห์ปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนสมัครงานนั้น ก็จะเห็นว่ามันมีทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน เช่นตอนนี้มีคนหางานในตลาดอยู่ไหม อย่างช่วงหนึ่งหลายองค์กรเปิดหาคนทำงานการตลาดดิจิทัลอย่างมาก แต่ไม่มีคนมีประสบการณ์ในตลาดมากนัก การแข่งขันและแย่งตัวก็เลยทำให้แค่จะหาคนมาสมัครก็ยังยากเลย ไหนจะเป็นเรื่องเกณฑ์พิจารณาที่บางที่ก็ตั้งมาแบบสูงปรี้ด ก็จะเหลือคนผ่านเกณฑ์ไปได้อีกไม่เยอะเท่าไร

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องดูกันอีกว่าแล้วตัวองค์กรนั้นมีความ “น่าทำงาน” สำหรับผู้สมัครไหม ซึ่งก็จะมีอีกหลายมุมที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน ความก้าวหน้า วัฒนธรรมองค์กร สถานที่ทำงาน ฯลฯ

เรื่องนี้มักจะเป็นสิ่งที่ผมอธิบายให้กับหลายคนที่เคยมาให้ผมช่วยหาคนหน่อยประเภท “อยากได้คนเก่ง ๆ” แล้วผมก็ถามกลับไปว่า “แล้วบริษัทน่าทำงานไหม?” เพราะแน่นอนว่าคนเก่งก็ย่อมอยู่ในจุดที่เลือกได้ และหากข้อเสนอไม่น่าสนใจพอก็คงยากที่เขาจะยอมเปลี่ยนงาน

ถ้าเรามองเรื่องการรับสมัครพนักงานนี้เป็นเหมือนการตลาด มันก็มีความคล้ายกันอยู่มากเมื่อตัวองค์กรและตำแหน่งงานเองก็เหมือนกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็ต้องมีการแข่งขันกันในตลาดที่พยายามดึงดูดลูกค้า (คนทำงาน) และการที่เราไม่สามารถขายของได้นั้นก็มีเหตุปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ไม่ใช่แค่เพราะตัวโฆษณาไม่โดน ประเภทขายไม่ได้ไปโทษการลง Ad แต่อย่างใด เพราะมันต้องดูองค์รวมว่าสินค้ามีคุณภาพดีพอไหม ลงตลาดถูกกลุ่มหรือเปล่า คู่แข่งเป็นอย่างไร ตั้งราคาได้เหมาะสมหรือไม่ ลูกค้าซื้อขายได้ง่ายหรือไม่ ฯลฯ

ฉะนั้นแล้ว ถ้าวันนี้องค์กรไหนอยากได้คนที่ใช่เข้ามาทำงานแล้ว ก็คงต้องถามตัวเองด้วยว่าเราได้ทำให้องค์กรเราเป็นองค์กรที่ใช่สำหรับเขาหรือเปล่า เพราะจะหวังพึ่งแต่โฆษณา/ประชาสัมพันธ์อย่างเดียวก็คงไม่ง่ายที่จะ “ขายได้” หรือต่อให้ขายได้ ลูกค้ามาซื้อแล้วอาจจะผิดคาด ไม่ประทับใจ เอาไปรีวิวเสีย ๆ หาย ๆ และเลิกเป็นลูกค้าได้ในเวลาอันสั้นก็ได้นั่นเองล่ะครับ