วันก่อนผมลองสำรวจกับคนที่เคยเรียน dots academy ว่าอะไรคือปัญหาที่นักการตลาดมักจะเจอในการทำแผนการตลาด เราก็ได้คำตอบมามากมาย เลยขอหยิบมาสรุปโดยเรียงลำดับจากที่ถูกโหวตมากที่สุดไปน้อยที่สุดตามนี้ครับ

Insights ไม่ชัด / ผิด

อันนี้เรียกว่าปัญหาร้ายแรงที่เกิดประจำ เพราะแผนการตลาดที่ดีเกิดจากการมี Insights ที่ใช่ ทั้งส่วนของ Customer Insights และ Product Insights ซึ่งถ้าคนทำงานไม่มีข้อมูลตรงนี้ที่ดีแล้ว การวางแผน ไม่ว่าจะออกแบบคอนเทนต์ เลือกสื่อ สร้างงานครีเอทีฟก็ผิดกันไปหมดนั่นเอง

บรีฟงานไม่เคลียร์

ฝั่งเอเยนซี่และคนทำงาน “ไม้ต่อ” มักจะเจอปัญหานี้ประจำ เพราะคนที่เป็นต้นน้ำเวลาบรีฟนั้นอาจจะด้วยความเร่งรีบหรือคิดเอาว่าคนอื่นน่าจะรู้กันอยู่แล้ว เลยทำให้ตัวบรีฟนั้นไม่เคลียร์ กำกวม หรือบางครั้งคนบรีฟเองก็ยังไม่เคลียร์ตัวเองว่าต้องการอะไร คนฟังก็เลยงงๆ ทำงานกันแบบไม่เคลียร์ต่อๆ กันไปนั่นแหละ

งบประมาณไม่พอ

 อยากได้งานแบบออสการ์แต่มีงบประมาณเท่าหนังเกรดบี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำของลูกค้าที่มักมาพร้อมกับโจทย์ใหญ่ คาดหวังสูง แต่ไม่มีเงินให้มากพอที่จะสามารถสร้างงานดีๆ ออกมาได้

เจ้าของไม่เข้าใจสินค้าตัวเอง

บางที เราก็เจอกรณีว่าเจ้าของกิจการ / Product Owner ก็ไม่ได้รู้จักสินค้าตัวเองดีพอ บางคนจับผลัดจับผลูมาทำงานโดยที่ไม่ได้อินกับสินค้า ก็เลยไม่รู้ว่าจริงๆ สินค้านี้เหมาะกับใคร ขายอะไร ดีอย่างไรกัน แล้วพอไม่เข้าใจปุ๊ปมันก็เลยทำให้การบรีฟงาน ตรวจงาน ประเมินงานทำกันแบบไม่ถูกต้องหรือไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

ไม่มีบรีฟ

อันนี้อาจจะเหมือนฮา แต่มีจริงๆ คือเรียกคนทำงานมาอยากให้ทำแผนการตลาดให้หน่อย แต่ถามว่าแล้วอะไรคือบรีฟ ก็ดันไม่มีเสียอย่างนั้น ประมาณว่าไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ปัญหาคืออะไร จะต้องทำอะไร งงกันไปหมด แต่เรียกคนทำงานเข้าห้องประขุมไปคุยๆ กันแบบงงๆ

เวลาในการทำงานน้อยไป

อันนี้ออกจะน่าสงสารเสียหน่อย เพราะบางทีคาดหวังอยากได้ผลดีๆ แต่มีเวลาจำกัด ทำให้ทำงานจริงไม่ทัน หรือไม่เร็วพอจะเห็นผล

ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้

ข้อนี้ต้องบอกว่าออกแนว Ego ของคนบรีฟระดับหนึ่ง คือคิดว่าตัวเองรู้แล้ว จนลืมมองว่ามีหลายเรื่องที่ตัวเองยังไม่รู้ และไอ้สิ่งที่ไม่รู้นั้นก็ดันเป็นสิ่งที่มีผลสำคัญกับแผนการตลาดนั่นเอง

ไม่มองบริบทโดยรอบ

 ข้อนี้จะคล้ายๆ กับข้อที่แล้ว คือการมีทิฐิ แล้วไม่ได้มองว่าตอนนี้รอบข้างเป็นอย่างไร บางคนก็ “หลงรักสินค้าตัวเองมากเกินไป” จนไม่มองเลยว่าคู่แข่งไปถึงไหน เชื่อว่าของตัวเองดีมากโดยไม่ดูว่าของคนอื่นเป็นอย่างไร สุดท้ายก็เลยทำให้มองข้ามปัจจัยสำคัญๆ ไปโดยไม่รู้ตัว

รู้ว่าต้องการอะไร แต่สื่อสารกับคนทำงานไม่ได้

บางครั้ง เราก็เจอว่าคนบรีฟ เจ้าของสินค้ารู้นะว่าต้องการอะไร แต่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง สื่อสารออกมาไม่เข้าใจ แล้วคนทำงานต่อก็เลยงงๆ ว่าจะเอาอะไรกันแน่ กลายเป็นปัญหาตามมาในภายหลังนั่นเอง