สำหรับคนที่ลงโฆษณา Facebook อยู่บ่อยๆ นั้น การอ่านค่ารายงานผลการลงโฆษณาก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรจะฝึกฝนให้เป็นเพื่อที่เราจะสามารถปรับแผนการลงโฆษณาให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้วก็คงไม่พ้นที่เราจะดูเรื่องจำนวนคนที่เข้าถึง (Reach) จำนวนครั้งที่เห็น (Impression) หรือจำนวนคนที่คลิกตัวโฆษณา (Click)

อย่างไรก็ตาม จะมีค่าหนึ่งที่หลายคนให้ความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือตัวที่เรียกว่า Relevance Score หรือค่าที่บอกว่าตัวโฆษณานั้นมีได้รับการตอบรับที่ดีหรือไม่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่เราส่งโฆษณาไปให้ดูนั่นเอง

Relevance Score คืออะไร?

ถ้าจะอธิบายความหมายตาม Facebook แล้ว มันคือการให้คะแนน 1-10 โดยประเมินว่ากลุ่มเป้าหมายของโฆษณา (Target Audience) นั้นมีการโต้ตอบกับโฆษณาของคุณอย่างไร ซึ่งจะคำนวนเมื่อมีการถูกแสดงไปแล้วมากกว่า 500 Impression ซึ่งยิ่งคะแนนน้อยก็จะแปลว่าตัวโฆษณนั้นได้รับการตอบสนองน้อยหรืออาจจะพูดได้ว่าไม่เป็นที่สนใจหรือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถ้าคะแนนสูงก็แสดงว่ากลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะสนใจโฆษณาดังกล่าวอย่างมาก

ปัจจัยที่นำมาใช้คำนวน Relevance Score คืออะไร?

ปัจจัยสำคัญที่ Facebook นำมาใช้คำนวนค่า Relevance Score มีอยู่หลายอย่าง เช่น

  • ผลการทำงานของตัวโฆษณา
  • Positive Feedback เช่นการกดดูโฆษณา การคลิก การดูวีดีโอ ฯลฯ
  • Negative Feedback เช่นการกดซ่อนโฆษณา เป็นต้น

แล้วเราจะใช้ประโยชน์จาก Relevance Score ได้อย่างไร?

ถ้าจะพูดกันง่ายๆ แล้ว การมีค่า Relevance Score สามารถช่วยให้คนลงโฆษณาประเมินอะไรได้หลายอย่าง และสามารถนำไปใช้ทำงานต่อได้ในหลายๆ เรื่อง เช่น

  • ใช้การปรับเลือกว่าจะให้โฆษณาชิ้นไหนทำงาน / ไม่ทำงาน
  • ใช้ในการประเมินว่าโฆษณานั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
  • ใช้ในการประเมินว่าผลของโฆษณานั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่ (ในกรณีที่ Score เปลี่ยน)
  • ใช้ในการประเมินว่าควรจะเลือกปรับโฆษณา

ทั้งนี้ มีข้อมูลจากการทดลองหลายครั้งที่มักได้ผลไปในทางเดียวกันคือยิ่งถ้า Relevance Score สูงนั้น จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการบรรลุตัวเป้าหมายโฆษณา (เช่น Cost per Like, Cost per Click) นั้นถูกกว่าตัวโฆษณาที่มีค่า Relevace Score ต่ำ

แล้วทำอย่างไรให้เราได้ค่า Relevance Score สูง?

ถ้าจะว่าไปแล้ว ตัว Relevance Score นั้นเกิดจากหลากหลายปัจจัยของการลงโฆษณา ซึ่งการจะปรับปรุงโฆษณาให้ตัว Relevance Score สูงนั้นก็สามารถปรับแก้ได้หลายอย่างเช่น

  • ปรับเลือก Audience ให้แม่นยำขึ้น
  • แบ่ง Segment ของ Audience เป็นกลุ่มย่อยๆ แทนที่จะเป็นกลุ่มใหญ่
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะสนใจแบรนด์คุณ (เช่นกด Like เพจ หรือเคยเป็น Engaged User)
  • เลือกคนที่เคยซื้อสินค้าไปแล้วออกจากกลุ่มเป้าหมาย (เพราะเขาคงไม่กดโฆษณาอีกหากไม่คิดจะซื้อซ้ำ)
  • ปรับ Artwork ใหม่
  • ปรับ Caption / Copy
  • เปลี่ยน Formart ของโฆษณา

ซึ่งพวกนี้ก็ต้องเรียกว่าเป็นเทคนิคในการทำ Ad Optimization ไปในตัวด้วยนั่นเองล่ะครับ