บล็อกรีวิวนี้น่าจะเป็นบล็อกต่อเนื่องจากการไปทริป Nokia Lumia 920 ที่ก่อนหน้านี้พูดถึง Flight of the Gibbon ไปก่อนแล้ว โดยในทริปนี้เรามีที่พักคือโรงแรม Hilton Pattaya ติดกับ Central Festival นั่นเอง

[googlemap width=”580″ height=”400″ src=”https://maps.google.com/maps?client=safari&rls=en&q=hilton+pattaya&oe=UTF-8&um=1&ie=UTF-8&hl=en&sa=N&tab=wl&authuser=0″]

อย่างที่บอกว่าตัวโรงแรม Hilton Pattaya นั้นติดกับห้างเซ็นทรัล ทำให้การเดินทางมาจุดนี้ด้วยการเรียกรถนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขณะเดียวกันตัวโรงแรมก็อยู่ที่ถนนริมหาด การเดินทางจึงไม่สับสนนัก (เพราะเอาจริงๆ คุณก็คงเห็นเซ็นทรัลและตึก Hilton สูงตระหง่านมาแต่ไกลแล้วล่ะ) ส่วนที่โรงแรมสูงเป็นพิเศษนั้นเพราะอะไร เดี๋ยวจะมาดูกัน

สิ่งที่หลายคนอาจจะแปลกใจเล็กน้อย คือ Hilton Pattaya จะไม่มีล็อบบี้อยู่ที่ชั้น 1 หรือ 2 แบบโรงแรมปรกติ แต่เราต้องขึ้นไปยังชั้น 17 เพื่อติดต่อล็อบบี้ที่มีวิวสวยของการมองทะเลและเส้นขอบฟ้า (และจริงๆ ก็ดีเหมือนกันเพราะคุณคงจะเบื่อกับการมองแผงลอยที่ไร้ระเบียบบนหาดพัทยานั่นแหละฮะ)

แว้บแรกที่ผมเข้ามาในล็อบบี้ Hilton Pattaya นั้น ต้องยอมรับว่าประทับใจในการออกแบบที่สวยเอามากๆ รายละเอียดของ Texture ที่เห็นบนเพดาน และเก้าอี้โซฟารูปทรงเหมือนก้อนหิน เป็นการตีโจทย์ที่เก๋มาก เพราะนอกจากจะให้ความรู้สึกของความเป็นทะเลแล้ว ตัวดีไซน์ก็ยังให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม แถมโถงของ Lobby ก็ยังเชื่อมต่อไปยังบาร์กลางแจ้งที่มองทอดออกไปเห็นทะลแบบไม่มีอะไรขวางตาซึ่งสวยงามมากๆ

ชั้น 17 นี้เองจะเป็นชั้นกลางในการเชื่อมต่อไปยังร้านอาหาร Edge ที่ให้บริการอาหารเช้า สระว่ายน้ำ สปา และฟิตเนส ซึ่งก็ถือเป็นแนวคิดที่ดีของโรงแรมในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ที่ระดับความสูงพอสมควร ทำให้ทัศนวิสัยของคนที่มาพักแตกต่างจากการพักโรงแรมอื่นๆ (และเชื่อเถอะว่าคุณจะชื่นชอบจนแทบไม่อยากออกจากโรงแรม)

มาดูกันที่ห้องพักกันบ้าง ผมได้ห้องพักแบบ Deluxe สำหรับสองคน (ไปกับน้อง @izipboy) ซึ่งห้องก็ได้ระดับมาตราฐานของโรงแรมแบบพรีเมี่ยม ความสะอาดใหม่นั้นถือว่ายอดเยี่ยม แม้ว่าอาจจะเป็นห้องขนาดเล็กสุด แต่คุณก็พอจะรู้สึกถึงความมีคลาส ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์และการเลือกดีไซน์ต่างๆ

ส่วนตัวห้องน้ำนั้น ไม่ได้เป็นห้องแยกขาดกับตัวห้องนอน หากแต่เป็นการใช้พนังเลื่อนกั้นออกไป ซึ่งในส่วนของห้องน้ำนั้นก็จะมีพื้นที่ทั้งส่วนของอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ (อาบสองคนสบาย) พื้นที่สำหรับการอาบฝักบัว (ใช้พนังเลื่อนกั้นเป็นห้อง)  และห้องน้ำสำหรับการขับถ่าย

ตัวเครื่องอาบน้ำต่างๆ นั้น Hilton Paris มีแบบครบครันทั้งครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด มีส่วนของไดร์เป่าผม ที่ชั่งน้ำหนักอยู่ในห้องน้ำด้วยเช่นกัน ส่วนที่ผมแอบหงุดหงิดอยู่บ้างคือไม่มีแปรงสีฟันและที่โกนหนวดให้

พูดถึงสิ่งที่ออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยคืออินเตอร์เนตในห้องก็มีการเก็บค่าใช้จ่าย (อาจจะเพราะผมมีทัศนคติส่วนตัวว่าเราอยู่ในยุคที่โรงแรมใหญ่ๆ ไม่ควรเก็บเงินค่าอินเตอร์เนตแล้ว เพราะขนาดโฮมสเตย์ยังให้ใช้บริการฟรีกันเลย) โดยจะได้รับโค้ดมากรอก สามารถใช้ได้ 3 เครื่องต่อโค้ด ส่วนราคานั้น ผมได้เรตพิเศษของทาง Nokia คือ 250 บาท / 24ชม. (เข้าใจว่าถ้าเป็นเรตปรกติก็น่าจะแพงกว่า)

ข้ามมาตอนเช้ากันบ้าง ที่เราจะไปรับประทานอาหารเช้ากันซึ่งก็จะอยู่ที่ร้านอาหาร Edge (เดินลงจาก Lobby)

ตัวร้านอาหารนั้นค่อนข้างใหญ่และโอ่โถงด้วยเพดานสูง มีพื้นที่ทั้งในอาคารติดแอร์ หรือใครจะอยากชิวตากลมมองทะเลด้านนอกก็ได้ (ขอบอกว่าวิวดีมาก)

ส่วนตัวอาหารเช้านั้น มีมากมายสมกับเป็นโรงแรม Hilton ครบทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง หรือแม้แต่ญี่ปุ่นอย่างซูชิก็มีด้วยเหมือนกัน ซึ่งอาหารก็เยอะจุใจจนเพียงพอให้คุณเติมพลังที่จะออกไปเที่ยวเตร่ตลอดวันได้สบายๆ รสชาติอาหารก็ถือว่าอยู่ในระดับดีทีเดียว

หลังจากทานอาหารแล้ว ผมก็ลองเตร็ดเตร่ไปดู Facility อื่นๆ ของโรงแรมบ้าง ซึ่งก็อย่างที่บอกว่าด้วยการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อยู่บนชั้นสูงๆ ของโรงแรม นั่นทำให้การวิวต่างๆ สวยมากทีเดียว อย่างเช่นสระว่ายน้ำที่มองไปเป็นเส้นขอบฟ้าและทะเล ที่นอนตากแดด ฯลฯ

โดยรวม ผมค่อนข้างชื่นชอบ Hilton Pattaya มากทีเดียว ด้วยดีไซน์ในแนวโมเดิร์นแต่ก็มีไอเดียและการตกแต่งที่เก๋ๆ ขณะเดียวกันก็ยังทำให้รู้สึกถึงความมีคลาสที่สูง ไม่ใช่แบบบูติคโฮเต็ล ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้การออกแบบและจัดการของโรงแรมพอสมควร ตัวโรงแรมอยู่ในทำเลที่ดี เหมาะกับคนที่จะมาพักและออกไปเที่ยวต่อในเมืองพัทยา

ถ้าใครชื่นชอบก็ลองไปใช้บริการกันดูนะครับ

[info] ขอขอบคุณ Nokia Thailand สำหรับการจัดทริปและที่พัก ซึ่งเป็นที่มาของบล็อกนี้ครับ  [/info]