วันก่อนผมนั่งคุยกับอดีตเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับปัญหาฮาๆ ของนักการตลาดที่ผมพบว่ามีคนจำนวนมากที่มีปัญหาเรื่องการพรีเซนต์และนำเสนอโปรเจคต่างๆ แบบไม่ลื่นไหล ดูตะกุกตะกัก หรือบางทีก็ดูจืดชืดไปเลย และเราก็พบว่าสาเหตุใหญ่มากข้อหนึ่งคือคนเหล่านั้นไม่ได้รู้สึกอินหรือรู้เรื่องกับที่ตัวเองกำลังพรีเซนต์อยู่เลย หลายคนพรีเซนต์ตามหน้าที่ประเภทชั้นเป็นเซล ก็มีหน้าที่มาขายของโดยเปิด Slide ที่เป็น Template มาแล้วให้ลูกค้าดู บางคนก็ท่องบทมาจากที่คนอื่นอธิบายว่าต้องพูดอะไร แต่สิ่งที่พวกเขาขาดไปคือการไม่ได้ “รู้สึกร่วม” ไปกับสิ่งที่ตัวเองกำลังพูดถึงเลย

ผมลองมองย้อนกลับมาว่าทำไม Steve Jobs และคนของ Apple ถึงพรีเซนต์นำเสนอสินค้ากันได้อย่างรู้สึกน่าทึ่งกัน ส่วนสำคัญคือพวกเขาพรีเซนต์ด้วยความรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังนำเสนอนั้นมันช่างวิเศษและเยี่ยมยอดจริงๆ นั่นทำให้พวกเขาเต็มไปด้วย “พลัง” ที่อยากจะเล่าและสื่อสารออกมาอย่างล้นเหลือ สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาเป็นที่จดจำและส่งความรู้สึกไปยังคนฟังได้

Apple Inc. CEO and co-founder, Steve Jobs health

ผมว่านั่นไม่ใช่แค่เคล็ดลับของการพรีเซนต์งานอย่างเดียว แต่มันคือเคล็ดลับของการทำงานทุกๆ อย่างที่คุณกำลังทำอยู่ เพราะถ้าคุณทำมันด้วยความลุ่มหลงแล้ว คุณก็จะพร้อมทุ่มเทพลังและความคิดของคุณอย่างเต็มที่เพื่อให้งานที่อยู่ตรงหน้านั้นมันดีที่สุด ไร้จุดบกพร่อง และดูดีที่สุด ซึ่งผิดกับการที่คุณทำงานแค่ไปเพราะหน้าที่ หรือทำให้จบๆ กันไป คุณเลยมักไม่คาดหวังว่ามันจะต้องยอดเยี่ยมอะไรเป็นพิเศษ

ลองย้อนกลับมาคิดดูว่าเวลาช่วงที่คุณกำลังอินกับความรักและคู่ของคุณดูสิครับ คุณจะทำทุกๆ อย่างและให้ความสำคัญกับทุกช่วงเวลาที่คุณอยู่กับคนรัก ซึ่งมันจะต่างกับการที่คุณจะมองรายละเอียดและปฏิบัติกับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนรักของคุณ และนแน่นอนว่าผลของการปฏิบัติที่ต่างกันนี้ก็ย่อมออกมาแตกต่างกันด้วย

แต่ถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหลงรักงานที่ตัวเองทำได้ เพราะบางงานก็ทำเพราะตกกระไดพลอยโจน หรือก็ทำไปเพราะสภาวะจำยอม ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่คนทำงานปรกติก็ต้องล้วนเจอ คงจะมีน้อยคนมากๆ ที่ถูกหวยได้ทำงานที่ตัวเองรักแบบหมดจดโดยไม่ต้องฝืนความรู้สึกอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องตกหลุมรักแบบสุดๆ ถึงจะรีดเร้นศักยภาพออกมาได้ เพราะจริงๆ บางครั้งคุณแค่พยายามอินและเข้าใจมันมากกว่าทำไปผ่านๆ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ผมมักตั้งคำถามกับตัวเองและงานที่ตัวเองทำบ่อยๆ เพืื่อสร้างเหตุผลต่างๆ ให้ผมรู้สึกรักหรือรู้สึกพิเศษกับงานที่ผมทำอยู่ เช่น

  • งานนี้สำคัญอย่างไรกับลูกค้าของเรา
  • ทำไมงานนี้ถึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องทำชนิดขาดไม่ได้
  • ทำไมงานนี้ถึงถูกมอบหมายให้เรา
  • ทำอย่างไรที่จะทำให้งานนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของเรา
  • ทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้า / เจ้านายรู้สึกภูมิใจที่มอบหมายงานนี้ให้เราทำ
  • ฯลฯ

เวลาผมคิดคำถามพวกนี้ หรือการคิดทำนองว่างานนี้เป็นงานชิ้นสุดพิเศษที่ผมถูกเลือกมาทำ ความ “พิเศษ” ของงานก็เริ่มมากขึ้นกว่าเป็นแค่งานปรกติเฉยๆ แล้ว

ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ บางทีถ้าเรา “รัก” และ “ภูมิใจ” กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่แล้ว หลายๆ อย่างที่เราเคยบ่นว่าเบื่อ เซ็ง อาจจะหายไปเลยก็ได้