ความผิดพลาด งานแย่ โดนว่า ฯลฯ เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของการทำงานเพราะคงจะยาก (มาก) ที่จะทำงานแล้วสำเร็จ 100% โดยไม่มีอะไรผิดพลาด และในขณะเดียวกันก็คงจะยิ่งยากเสียกว่ากับการจะเป็นคนที่เก่งได้โดยไม่เคยรู้จักคววามล้มเหลวมาก่อน (ซึ่งก็อาจจะมีบ้างแต่คงยากจะเกิดขึ้นกับคนธรรมดา)

เราได้ยินคนพูดกันเยอะว่าอะไรๆ ก็อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด การทำงานก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราเสมอไป ยิ่งการทำงานกับคนอื่นๆ มากมายย่อมเสี่ยงต่อการพลาดพลั้งหรือทำงานออกมาไม่ได้อย่างที่คาดหวังไว้ บางทีก็โดนลูกค้าตำหนิว่างานไม่ได้เรื่อง โดนเจ้านายให้กลับไปแก้ไขใหม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากอีกฝ่ายมองเห็น “ความผิดพลาด” หรือ “ช่องว่าง” ที่เกิดจากงานของเรา

ถ้ายิ่งความผิดพลาดใหญ่ๆ แล้วก็จะยิ่งทำให้ใจของคนทำรู้สึกแย่บัดซบกันได้เลยทีเดียว

แต่ก็อย่างที่หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ หรือบรรดาคนดังต่างๆ มักพูดเสมอว่าเราควรเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นแหละครับว่าทุกความผิดพลาดมันจะเป็นบทเรียนที่ดีของคนทำงาน เพียงแค่เรามองหาให้เจอบทเรียนนั้นและเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เรามักจะเจอคือหลายๆ คนเหมือนไม่เคยเรียนรู้จากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เรายังเจอคนทำอะไรผิดซ้ำๆ ซากๆ แม้จะโดนว่ากล่าวตักเตือนหลายครั้งแล้ว บางคนก็ดีได้เดี๋ยวเดียวแล้วก็กลับไปทำใหม่อีก ซึ่งก็อาจจะมองได้ว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกและให้ความสำคัญกับบทเรียนนั้นสักเท่าไร

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทางที่ดีเพื่อให้เราเก่งขึ้นคือนอกจากจะต้องรู้ว่าปัญหานั้นคืออะไรแล้ว เรายังต้องให้ความสำคัญกับปัญหานั้นๆ อย่างมากด้วย โดยถึงแม้ว่าปัญหานั้นอาจจะเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยแต่คงไม่สนุกแน่ถ้าปัญหานั้นๆ จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นั่นแล้วเราก็มานั่งบอกทุกๆ ครั้งว่า “เดี๋ยวจะแก้” หรือไม่ก็ “มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

อย่าให้ประโยค “มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” เป็นเพียงคำพูดปิดท้ายการประชุมสรุปงานแบบขอไปทีให้จบการประชุมแบบสวยงาม แต่ขอให้มันเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์จริงกับตัวคุณและทีมของคุณว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกจริงๆ

ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นสำคัญ เพราะมันจะเป็นอุปสรรคให้คุณไม่ไปถึงฝั่งฝันหรือก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้ อย่าปล่อยให้มันผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ให้รู้สึกกับมันให้มากที่สุด

เหมือนที่บางคนอาจจะพูดกันติดตลกเลยว่า ถ้ายิ่งคุณรู้สึกแย่กับความผิดพลาดมากเท่าไร มันก็จะยิ่งลดโอกาสที่มันจะเกิดขึ้นอีกครั้งมากเท่านั้น

ภาพจาก: http://www.cratekings.com/