มีหลายคนชอบถามเคล็ดลับว่าทำไมผมถึงก้าวมาสู่ความสำเร็จได้แม้จะไม่ได้มีพื้นฐานอะไรมากเท่ากับคนอื่นๆ ที่อยู่ในสายงาน แถมเริ่มต้นต่างจากคนอื่นเสียอีกต่างหาก นั่นยังไม่นับงานจำนวนมากที่ผมทำอยู่แล้วเชื่อมต่อกันกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผมแตกต่างจากคนอื่นอยู่ไม่น้อย

หนึ่งในเคล็ดลับที่ผมสอนน้องๆ ผมตลอดเป็นคำพูดง่ายๆ (แต่ทำค่อนข้างยากอยู่พอสมควร)

คนอื่นเดิน เราวิ่ง

คนอื่นนิ่ง เราเดิน

คำพูดข้างบนนั้นไม่มีอะไรมากแต่ดูจะอธิบายหลักการคิดของผมอยู่พอสมควร นั่นคือทำอย่างไรที่จะให้เรานำเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ ได้ หรือถ้าเราอยู่ในภาวะที่กำลังไล่ตามคนอื่นนั้น ทำอย่างไรที่เราจะตามให้ทัน ซึ่งนั่นคงไม่มีอะไรสลับซับซ้อนไปกว่าการทำงานให้ “มากกว่า” คนอื่นนั่นแหละ

คำว่า “มากกว่า” ที่ว่านี้แปรได้ความหมายขึ้นอยู่กับบริบทต่างๆ เช่น

  • “อ่านมากกว่า” เพื่อคุณจะได้มีความรู้ – พยายามค้นหาหนังสือหรือความรู้ใหม่ๆ เพิ่มให้ตัวเองตลอดเวลา
  • “ทำมากกว่า” เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ตัวคุณ – หางานที่ทำให้คุณได้เจอช่องทางใหม่ๆ เพิ่ม ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มากไปกว่าการทำงานปรกติ
  • “เร็วกว่า” เพื่อคุณจะได้แซงคนอื่น หรือตามคนที่นำอยู่ทัน – เรียนรู้ที่จะบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ

วิธีคิดนี้ยังสำคัญมากกับการทำให้เรารู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอด และไม่ชะล่าใจกับเวลาที่ผ่านๆ ไป เพราะเรามักพบบ่อยๆ เมื่อทำงานไปแล้วจะรู้สึกว่าเคยชิน อะไรๆ ก็ดูไม่ต้องกังวลอะไร แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วการคิดแบบนั้นนั่นแหละที่ทำให้เราพลาดพลั้งและตกขบวนโอกาสที่เข้ามาอยู่บ่อยๆ ลองดูอย่าง Digital Marketing ก็ได้ที่เราจะเห็นนักการตลาดสองกลุ่ม คือกลุ่มที่รอให้มันดังก่อนแล้วถึงเข้ามา กับกลุ่มที่เข้าไปบุกเบิกและเรียนรู้มันตลอด (ซึ่งคงไม่ต้องบอกนะครับว่าปลายทางของสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร)

จริงๆ แนวคิดแบบนี้ไม่ใช่แนวคิดอะไรใหม่ หรือสุดยอดเทคนิคลับอะไรหรอกนะครับ มันเป็นเทคนิคสุดจะเบสิคที่มาจาก “ความพยายาม” และ “มุมานะ” นั่นแหละครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนจำนวนมากก็ไม่ได้หยิบแนวคิดนี้มาใช้เท่าไร บ้างก็คิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว เก่งแล้ว จะมาอุตสาหะเพิ่มทำไม บ้างก็คิดว่าตัวเองสูงแล้ว คนอื่นยากจะตามทัน ฯลฯ

ในความเห็นผมแล้ว ชีวิตของเรากับการทำงานในหลายๆ มุมก็เป็นการแข่งขันที่ผู้แข่งขันแต่ละคนจะเตรียมตัวอย่างไร จะฟิตซ้อมอย่างไร และจะวางกลยุทธ์อย่างไร สิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดหลายปีคือถ้าเราไม่ได้มี “ทุน” มากเท่าคนอื่น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสตามทันหรือแซงพวกเขาได้ มันอยู่ที่เราจะทุ่มเทให้กับการแข่งขันมากแค่ไหนด้วย

ฉะนั้น ถ้าคุณต้องแข่งกับคนอื่น ลองเอาแนวคิดนี้ไปใช้ดูก็ได้นะครับ ^^