ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์สำนักงานมาตราฐานไปแล้วที่ทุกออฟฟิศต้องมีให้พนักงานกันเพื่อใช้ในการส่งอีเมล์ พิมพ์งาน ทำบัญชี ทำพรีเซนต์เสนอลูกค้า ฯลฯ ซึ่งด้วยความสามารถของแอพพลิเคชั่นสมัยนี้นั้นจึงทำให้คอมพิวเตอร์กลายเป็นอุปกรณ์ทำงานแทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้

และด้วยเหตุที่เรามักใช้เวลาจำนวนมากอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้การทำงานจำนวนมากก็คือการนั่งพิมพ์คีย์บอร์ด หรือลากเม้าส์ไปมา ซึ่งนั่นทำให้หลายๆ คนคุ้ยเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์ประหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว (ผมเองก็ยังเป็นเลย) จนทำให้หลายๆ ทีเรามักนั่งคิดงานโดยการเปิดหน้าคอมทิ้งไว้ วางมือบนคีย์บอร์ด และรอที่ไอเดียมาเพื่อพิมพ์ลงไป

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนทำวิธีนี้ เหมือนกับที่ผมเองก็ทำบ่อยๆ สมัยก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มักตามมาคือการที่เราอยู่หน้าคอมค้างๆ เพื่อรอให้ไอเดียมานั้น ทำให้หลายๆ ทีเราถูกดึงความสนใจด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ที่เข้ามา notification ของ facebook หรือ LINE จากเพื่อน ฯลฯ จนทำให้เราไม่ได้โฟกัสกับไอเดียที่ต้องการจะสร้าง ขณะเดียวกันนั้น การพิมพ์ไป สร้างพรีเซนต์ไปเรื่อยๆ นั้นหลายทีก็ใช้เวลามากเกินจำเป็น เพราะไหนจะต้องพิมพ์ให้ทันที่คิด หรือสร้าง Power Point ให้เหมือนกับไอเดียที่ผุดขึ้นมา หลายๆ ทีเรามักเกิดความ “ไม่ทันใจ” กันได้ง่ายๆ

ที่เป็นอย่างนี้เพราะเวลาเราคิดไอเดียอะไรนั้น เราคิดได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งคิดแบบภาพใหญ่เลย หรือคิดแบบละเอียดเป็นชิ้นย่อยๆ ก็ได้ แต่การทำงานบนหน้าคอมนั้นเกือบ 100% เป็นการทำงานแบบไล่ลำดับไปทีละหน้าๆ ซึ่งมันทำให้คุณมักมีวิธีคิดแบบโฟกัสทีละหน้าๆ มากกว่าจะมองเห็นภาพรวมและเรียงลำดับอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ในหนังสือแนะนำการทำงานแบบ Productivity จึงมักบอกอยู่เสมอว่าอย่าคิดงานหน้าคอมประเภทเดี๋ยวมือวางบนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์ไปเรื่อยๆ แต่คุณควรจะร่างไอเดียทุกอย่างให้อยู่บนกระดาษเสียก่อน แล้วใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์ / สร้างงานทีหลัง ทั้งนี้เพราะการละเลงไอเดียบนกระดาษนั้นทำให้คุณปลดปล่อยความคิดออกมาได้โดยไม่จำกัดกรอบของ Cursur หรือรูปทรงที่มีอยู่ใน Tool การขีดๆ เขียนๆ ช่วยให้คุณคิดอะไรได้ลื่นไหล ซึ่งหลังจากที่คุณได้ทดลองไอเดียต่างๆ บนกระดาษแล้ว คุณจะเห็นภาพรวมของไอเดีย การจัดเรียง รวมทั้ง “ภาพ” ที่คุณอยากให้เกิดขึ้นในงานที่ชัดเจนมากขึ้น และขั้นต่อไปถึงจะเอา “ภาพ” นั้นไปถ่ายทอดบนคอมอีกที

ทุกวันนี้ ผมมักจะพกสมุดจดไร้เส้นติดตัวเสมอ เวลาที่ผมมีไอเดียหรือต้องการรีดเร้นความคิดอะไร ผมจะใช้ปากกาของผมขีดๆ เขียนๆ บนกระดาษให้เสร็จหมด รวมทั้งสเก็ตภาพของสไลด์ที่อยากให้เป็น ฯลฯ เพื่อจะให้ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ หลังจากนั้นค่อยเอาไปพิมพ์ลงสไลด์อีกที แม้ว่าขั้นตอนอาจจะถูกมองจากหลายคนว่าซ้ำซ้อนหรือดูไม่ดิจิตอล แต่จริงๆ ผมพบว่าวิธีการนี้ได้ผลในเชิงประสิทธิภาพทั้งด้านการใช้เวลา และไอเดียที่ชัดเจนกว่าไปนั่งเคาะคีย์บอร์ดไปเรื่อยๆ

ถ้าใครติดนิสัยเอะอะเปิด Powerpoint หรือ Word ล่ะก็ ลองเปลี่ยนวิธีดูนะครับ คุณอาจจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้

 

รูปภาพจาก: http://www.drbriffa.com/