หนึ่งในเคล็ดลับของคนที่ประสบความสำเร็จและมักถูกมาบอกบ่อยๆ คือการเป็นคนช่างจดบันทึกเรื่องต่างๆ ไว้ และสิ่งเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นมาเป็นไอเดีย หรือความคิดที่จะใช้ทำงานต่อในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงมักเห็นนักคิดนักเขียนพกสมุดและปากกาติดตัวไว้อยู่เสมอ บางคนมีเล่มเดียว แต่บางคนก็มีหลายเล่ม ไว้ในที่ต่างๆ กันแม้แต่หัวเตียงก็มี

ที่เป็นเช่นนี้เพราะความคิดและไอเดียของเรานั้นมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่เราไม่คาดฝันอยู่บ่อยๆ บางทีไอเดียเกิดขึ้นจากความฝันก็ยังมี (แล้วถ้าคุณสลึมสลือจดเอาไว้ทัน คุณก็อาจจะได้ใช้มันในภายหลัง) ลองคิดถึงอาร์คีมีดีสตอนที่เขาค้นพบวิธีวัดมวลวัตถุสิ เขาได้ไอเดียระหว่างอาบน้ำ นิวตั้นได้ไอเดียทฤษฏีแรงโน้มถ่วงจากแอปเปิ้ล ฯลฯ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่รู้ว่าไอเดียจะเกิดขึ้นเมื่อไร และคงไม่ดีแน่ถ้าคุณจะหวังพึ่งให้สมองของคุณจดจำมันไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยนึกเอาภายหลัง เพราะเอาเข้าจริงๆ เราก็รู้กันดีว่าไอเดียอะไรที่เราพยายามจำไปนั้นมักถูกหลงลืมไปเสียส่วนใหญ่

ดังนั้นแล้ว การจด ขีดเขียนไอเดียลงในกระดาษ สมุด มันคือการทิ้งร่องรอยทางความทรงจำไว้ให้สมองได้ปะติปะต่อเวลาที่หวนกลับมาคิดอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณไม่ต้องจดความคิดชนิดละเอียดยิบทุกตัวอักษร หรือวาดรูปแบบสำเร็จเลยแต่อย่างใด หากทิ้ง “คำใบ้” เอาไว้เพื่อให้วันหนึ่งกลับมาอ่านแล้วนึกออกว่ามันคืออะไร ต่อยอดไปสู่อะไรได้ สมุดจดของผมเองนั้นหลายๆ คนมักบ่นว่าอ่านไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับผมเองแล้ว คำหนึ่งคำ หรือลูกศรชี้ไปยังกล่องคำพูดหมายถึงไอเดียที่สามารถบรรยายทีหลังได้เป็นย่อหน้า ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมคิดงานต่อได้ง่าย

นอกจากนี้แล้ว การพกสมุดแล้วปล่อยให้สมองของคุณขีดๆ เขียนๆ อยู่เรื่อยๆ นั้นก็มีข้อดีตรงที่มันช่วยให้สมองของคุณได้มีการกระตุ้นเพื่อคิดอยู่บ่อยๆ และเอาเข้าจริงๆ แล้ว การคิดบนหน้ากระดาษพร้อมปากกานั้นดีเสียกว่าการคิดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเอามือวางคนคีย์บอร์ดรอเสียอีก หนังสือแนะนำการทำงานหลายเล่มมักพูดว่าหากคุณต้องการหาไอเดียแล้ว ให้คุณร่างมันลงในกระดาษเสียก่อน เพราะการร่างบนกระดาษนั้นง่าย รวดเร็ว และทำให้คุณได้เห็นภาพอะไรมากมายก่อนที่จะขัดเกลาจนเป็นความคิดที่เข้ารูปเข้ารอย แล้วค่อยมาทำงานจริงบนคอมพิวเตอร์อีกที

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เห็นประโยชน์ของการพกสมุดจดนั้น ก็คงต้องดูบรรดานักออกแบบต่างๆ ที่มักจะร่างไอเดียแทบจะตลอดเวลา ในหนังสือชีวประวัติของ Jony Ive เองก็บอกไว้ว่าเขาและทีมงานใช้สมุดวาดภาพจำนวนมากและร่างภาพไอเดียผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายร้อยหลายพันรูป ซึ่งแต่ละรูปก็ย่อมไม่ใช่รูปที่สมบูรณ์แต่อย่างใด แต่ที่สำคัญคือทุกๆ รูปจะนำไปสู่ไอเดียที่ต่อยอดได้ ผลิตภัณฑ์ที่สำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากไอเดียในรูปเดียว แต่เกิดจากการรวมไอเดียจากหลายๆ รูป แล่นเคสเอามาจากรูปนี้ ปุ่มเอามาจากรูปนั้น ฯลฯ เช่นนั้นแล้วจึงจำเป็นมากที่หากมีไอเดียอะไรไว้ ก็ควรรีบเขียน และร่างโครงมันออกมาโดยเร็ว อย่าได้รอคิดไปเรื่อยๆ เพื่อหวังจะให้มันขัดเกลาในสมองและออกมาเป็นชิ้นสุดท้ายชิ้นเดียว (ซึ่งมักไม่เวิร์คเลย)

ว่าแล้ว….มีสมุดโน๊ตกันหรือยังครับ? ^^

เคล็ดการเลือกสมุดโน๊ต (ส่วนตัว)

  • เป็นสมุดที่ไม่มีเส้น เพราะทำให้เราขีดๆ เขียนๆ ลากเส้นได้แบบไม่ต้องจำกัด
  • มีความหนาระดับหนึ่ง ไม่บางเกินไป แต่ไม่ใช่หนามาก เพราะจะพกพาไม่สะดวก
  • ถ้าเอาไว้จดงานปรกติก็ไม่ต้องดูพรีเมี่ยมมาก เพราะสมุดส่วนใหญ่ใช้เขียนบันทึกแล้วทิ้ง ยกเว้นคุณจะเป็นักสะสมไอเดียประเภทนักเขียนก็อาจจะมีเล่มไว้เขียนไอเดียโดยเฉพาะก็ได้ (ผมก็มีครับ)