วันก่อนระหว่างเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้า ผมได้คุยกับน้องในทีมที่บังเอิญกลับทางเดียวกันและพูดเรื่องการค้นหาศักยภาพตัวเองและต่อยอดทักษะที่ตัวเองมี ประเด็นสำคัญที่ผมพูดนั้นยกมาจากที่เคยอ่านหนังสือ StrengthsFinder 2.0 ของ Tim Rath ที่ทิ้งแง่คิดน่าสนใจไว้ว่าคนเราทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นทุกอย่าง และหลายๆ ครั้งที่เราเสียเวลาไปพัฒนากับสิ่งที่ไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเรา

แง่คิดนี้อาจจะฟังทะแม่งๆ อยู่เสียหน่อยเพราะเรามักได้ยินประโยคสร้างแรงบันดาลใจทำนองว่า “คนเราเป็นทุกอย่างได้ถ้าเราพยายาม” หรือไม่ก็ “พรสวรรค์เป็นเพียงแค่ 1% แต่อีก 99% คือความพยายาม” ซึ่งทำให้เรารู้สีกว่าถ้าเราทุ่มเทฝึกซ้อมอะไรสักอย่าง วันหนึ่งเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจจะพบว่าหลายๆ ครั้งนั้น เรา “คิดไปเอง” ว่าเราควรทำอย่างนั้น อย่างนี้ หรือบางทีก็อยากเป็นในสิ่งที่เราไม่เกิดมาเพื่อเป็น ซึ่งในกรณีแบบนี้ก็อาจจะทำให้เราใช้เวลาจำนวนมากเพื่อสร้างทักษะให้พอมีกับเขาได้ แต่ถ้าเอาช่วงเวลาดังกล่าวไปพัฒนาสิ่งที่เรามีแล้ว เราอาจจะกลายเป็นอัจฉริยะหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญไปนานแล้ว ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของการหักล้างแง่คิดให้เราพยายามตามหาความฝันซะทีเดียว แต่มันคือการพยายามตาหาความฝันที่เรามี “ความเป็นไปได้” มากที่สุด เพื่อให้เราใช้เวลาที่จะเอาไปพัฒนานั้นคุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่างหาก

ฟังแล้วอาจจะงงๆ เลยยกตัวอย่างให้เห็นภาพแล้วกัน

สมมติว่าผมเกิดนึกอยากเป็นนักร้องขึ้นมาโดยที่ผมไม่มีทักษะร้องเพลงเลย แน่นอนว่าผมคงต้องอุตสาหะอยู่อีกหลายปี (หรือหลายสิบปี) กว่าจะร้องเพลงแบบเป็นเรื่องเป็นราวกับเขา และอาจจะยากกว่าจะได้มีโอกาสเป็นนักร้องอาชีพ

แต่ถ้าผมมองเห็นว่าทักษะที่ผมมีและดีคือทักษะการเขียน ผมเอาช่วงเวลาหลายปี (หรือหลายสิบปี) นั้นมาพัฒนาต่อยอดทักษะเดิมให้แหลมคมยิ่งขึ้น แน่นอนว่าผมอาจจะใช้เวลาน้อยกว่าเดิมในการเป็นนักเขียนชั้นดี และย่อมมีโอกาสได้เป็นนักเขียนอาชีพได้ไม่ยากเกินไป

มันเหมือนกับบอกว่าถ้าคุณมี Potential กับอะไรเป็นพิเศษแล้ว เอาความอุตสาหะที่มีไปทุ่มเทกับมันย่อมเกิดผลดีและเร็วกว่าเอาพลังไปทุ่มกับสิ่งที่คุณก็อาจจะไม่รู้เลยว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั่นแหละครับ

การทำงานแบบมนุษย์เงินเดือนก็คล้ายๆ กับแนวคิดนี้อย่างหนึ่ง คือคุณควรจะรู้ว่าคุณชอบอะไร คุณมีทักษะด้านไหนเป็นพิเศษ แล้วเลือกงานที่คุณจะได้พัฒนาทักษะนั้นๆ ให้แหลมคมยิ่งขึ้น ช่วยให้เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี ทำให้คุณเก่งขึ้นในด้านที่คุณถนัดและโดดเด่นได้ง่าย ไม่ใช่ไปทำงานที่คุณอาจจะมองว่าสบายแต่ไม่ได้ส่งเสริมทักษะที่มีของคุณเลย หรือเลือกงานที่อาจจะได้เงินดีแต่ก็มีแต่ทำให้ทักษะที่ดีสนิมขึ้นเสียเปล่าๆ

สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เห็นผลในเร็ววัน แต่พอระยะเวลาผ่านไปสักสามสี่ปี หรือเข้าสู่ช่วงอายุ 30-40 คุณก็อาจจะเริ่มเห็นแล้วว่าทำไม่บางคนก้าวหน้าและโดดเด่นในสายอาชีพ แต่ในขณะที่บางคนเริ่มหยุดอยู่กับที่ สร้างความก้าวหน้าไม่ได้

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วชักอยากรู้ว่าตัวเองนั้นมีทักษะด้านไหนเป็นพิเศษ และควรทำอะไรแล้ว ผมแนะนำให้ลองซื้อหนังสือ StrengthsFinder 2.0 มาลองทำแบบทดสอบดูก็ได้ครับ (แบบทดสอบทำทางอินเตอร์เนตและมีภาษาไทย) เพราะมันอาจจะช่วยให้คุณเห็นภาพมากขึ้นว่าคุณควรจะทำอะไรต่อไปในชีวิตมนุษย์เงินเดือนของคุณ

sf2

 

รูปภาพจาก: http://www.dareoutloud.com/