เรื่องการตรงต่อเวลาเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของการทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่มักเกิดปัญหาให้คนหงุดหงิดใจได้อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าประชุมสาย ไปทำงานสาย ฯลฯ ซึ่งการไม่รู้เวลานี่เองที่ทำให้หลายๆ คนมีภาพจำที่ค่อนข้างแย่เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องน่าแปลกใจมากที่แม้การตรงต่อเวลาจะเป็นสิ่งที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่มันก็เหมือนแก้ไม่หายสักที หลายๆ ครั้งเรามักคำนวนเวลาพลาดจนสุดท้ายไปไม่ทันกำหนดการกัน

แล้วเราจะแก้ไขปัญหานี้กันได้อย่างไร?

ผมก็เคยประสบปัญหาแบบนั้นอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่น่าเชื่อว่ามันสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการตั้งเวลานาฬิกาข้อมือ!!

คนที่แนะนำวิธีนี้ผมคืออาจารย์สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ไม่แน่ใจในตอนนั้นเหมือนกันว่าทำไมการตั้งเวลาล่วงหน้า 5 นาทีมันจะเปลี่ยนชีวิตยังไง แต่เอาจริงๆ มันก็เปลี่ยนพอสมควร ที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะการตั้งเวลานั้นมันกึ่งๆ สะกดจิตเราอยู่ไม่น้อย

ผลของการสะกดจิตตัวเองแบบไม่รู้ตัวว่าเวลามันเร็วขึ้น 5 นาที คือคุณจะ “เผื่อเวลา” โดยไม่รู้ตัว อันเป็นเหตุที่ทำให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของกับดับที่เรียกว่า “ทันเวลา” ซึ่งทำให้มักสายหรือทำอะไรแบบได้เสียวเส้นใยแดงผ่าแปดกันอยู่บ่อยๆ ทั้งนี้เพราะนิสัยทั่วไปของคนคือการคิดว่าเราจะสามารถบริหารเวลาได้ทันพอดี หรือทันแบบเฉียดฉิว ยิ่งถ้าเป็นอะไรที่เราอยากใช้เวลาเยอะๆ แล้ว เราแทบจะรอกันจนนาทีสุดท้ายเลยก็ว่าได้ และความบรรลัยมันก็จะเกิดขึ้นเมื่อพอเรารอจนนาทีสุดท้ายแล้วมันไม่เป็นตามแผนอย่างไรล่ะฮะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้าคุณรู้สึกมั่นใจว่าการเดินทางจากบริษัทไปออฟฟิศลูกค้าจะใช้เวลา 15 นาทีเพราะใช้รถไฟฟ้า คุณก็จะรู้สึกว่าสามารถรอได้จนเหลือ 15 นาที แต่พอเอาเข้าจริงๆ ระหว่างทาง คุณอาจจะเจอปัญหาคาดไม่ถึงตั้งแต่คิวขึ้นรถไฟฟ้ายาว รถไฟฟ้ามาช้า ฯลฯ ซึ่งทำให้ “ทันเวลา” พลาดไป

การเผื่อเวลา 5 นาทีแบบไม่รู้ตัวนี่แหละ คือการเผื่อเวลาเสมือนการ “ทดเจ็บ” ของฟุตบอลที่ทำให้คุณยังพอเหลือเวลาอีกนิดให้พอขยับตัวได้ หรือถ้าสาย ก็สามารถสายได้น้อยลง (เช่นจากสายสิบนาที ก็เหลือสายห้านาที)

ฟังๆ ดูหลายคนอาจจะสงสัยว่าเราจะหลอกตัวเองได้จริงๆ หรือ? จากประสบการณ์ที่ผมตั้งเวลาเร็วขึ้น 5 นาทีมาหลายปี ก็มีหลายครั้งที่ผมรู้ตัว่าผมกำลังหลอกตัวเองอยู่ แต่มีหลายครั้งมากอีกเช่นกันที่ผมดูเวลาโดยไม่รู้ตัว หรือบางทีรู้ตัวแต่ก็พยายามจะอิงตามหน้าปัดจริง (และผมตั้งเวลานี้รอบตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นในมือถือและรถ)

เทคนิค 5 นาทีที่เร็วกว่าจริงนี้มีส่วนสำคัญมากนอกจากเรื่องแค่ไม่ไปสาย เพราะถ้าคุณสามารถคุมเวลาได้ตามเวลาที่เร็วขึ้น 5 นาทีนี้จริง คุณก็สามารถมีเวลาทำอะไรได้อีกมาก เช่นถ้าคุณนัดลูกค้า 13.00 น. แล้วนิสัยของคุณคือไปตรงเวลา เวลาที่คุณไปถึงจริงคือ 12.55 ซึ่งนั่นพอให้คุณเวลาพักหรือตระเตรียมอะไรบางอย่างก่อนเริ่มประชุม (อย่างน้อยๆ ก็ไปเข้าห้องน้ำหรือแต่งตัวให้เรียบร้อยนั่นแหละ)

ทีนี้ถามว่าทำไมต้อง 5 นาที ไม่ใช่ 10 นาที เพราะบางที 10 นาทีนั้นเป็นเวลาที่มากเกินไปสำหรับบางกรณี และอาจจะส่งผลกระทบกับชีวิตจริงอยู่ไม่น้อย (แต่ถ้าใครมองว่าไม่มีปัญหา จะลองตั้ง 10 นาทีก็ได้นะครับ) เพราะส่วนตัวความต่างกัน 5 นาทีก็ทำให้ชีวิตของเราใกล้เคียงกับเวลาจริงๆ จนแทบไม่แตกต่างสำหรับเรื่องทั่วๆ ไปน่ะครับ

ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ดูนะครับ ชอบไม่ชอบ ได้ผลไม่ได้ผลอย่างไรก็มาแลกเปลี่ยนกันได้ฮะ ^^