สิ่งที่ทำให้คนทำงานรู้สึกฟ่อได้เร็วมากๆ คือเมื่อพบกับความผิดพลาด ล้มเหลว หรือแม้แต่ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานซึ่งต้องคอยแก้ไขปัญหาต่างๆ มากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพใจของพนักงานอย่างเราๆ พอสมควร

ที่หนักๆ คือพอมีใครสักคนประสบปัญหาแล้วกลายเป็นปัญหาลามไปจนมากกว่าระดับบุคคล แต่จนถึงระดับทีมและสร้างผลกระทบมากมาย ความคิดแรกๆ ที่หลายคนจะรู้สึกคือการพยายามถามหาความรับผิดชอบ หรือการจ้องที่กล่าวโทษใครสักคนที่สร้างปัญหา

จริงอยู่ว่าเมื่อมีความผิด เราก็ต้องมองหาความรับผิดชอบและหาวิธีจัดการสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เราไม่ควรทำให้หล่นลงไปด้วยคือกำลังใจของคนทำงานด้วยกันที่แค่เจอปัญหาก็แย่แล้ว ยิ่งไปทับถมซ้ำเติมก็ยิ่งแต่ทำให้ถอดใจทำงานกันพอดี

ผมมีแนวคิดส่วนตัวว่าเวลาเจอปัญหา สิ่งที่เราต้องการคือแรงใจและความเชื่อว่าเราจะแก้ไขปัญหากันได้ ไม่ใช่การหันหน้าหาคนผิดมาลงโทษ จริงอยู่ว่าเราต้องถอดบทเรียนและมาประเมินกันภายหลัง แต่ ณ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำร้ายกันและกัน และหากเราให้กำลังใจกันแล้ว นั่นอาจจะเป็นแรงขับให้เราก้าวข้ามปัญหาไปได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมหลายๆ ครั้งก็เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส กลายเป็นประสบความสำเร็จ งานก็เสร็จ คนก็แฮปปี้ สุดท้ายไม่มีใครต้องมาจมความเครียดไป

แต่ถ้าเราหันหน้าจ้องบีบคั้นและกดดันแล้ว สุดท้ายก็มิวายที่ใครสักคนจะหมดไฟ ทำงานให้เสร็จๆ ไปแล้วก็คงยากที่จะฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาทำงานได้

จะว่าไปแล้ว เราต่างรู้กันดีว่าความสามารถคนก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือพลังใจของพนักงานที่ร่วมกันทำงาน ต่อให้มีความสามารถเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใจ หมดใจ ก็ไม่สามารถดึงความสามารถเหล่านั้นออกมาได้ ในขณะเดียวกันหลายๆ คนก็อาจจะไม่ได้เก่งมาก แต่หากได้รับกำลังใจที่ดีแล้ว พวกเขาก็พร้อมจะพัฒนาขึ้นมาและใช้ศักยภาพได้ไม่แพ้กับคนเก่งๆ เลย

ผมเข้าใจว่าการทำงานในแบบมนุษย์เงินเดือนนั้นเรามักจะเต็มไปด้วยเรื่องน่าเบื่อหน่ายจากระบบ การทำงานวนๆ เดิมๆ แต่ก็นั่นแหละที่เราไม่ควรจะให้ “ใจ” หมดไป การเติมกำลังใจให้กันและกันของคนในทีมหรือระหว่างทีมจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สภาวะทางจิตใจและบรรยกาศการทำงานดูน่าทุ่มเท

ทุกวันนี้ผมมักใช้เวลาส่วนหนึ่งเดินทักทายน้องๆ คนในทีม หรือคนนอกทีม แม้ว่าเราจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหางานของเขา (เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องแก้ไขเอง) แต่อย่างน้อยคือการเติมรอยยิ้มให้กับพวกเขาบ้างวันละเล็กละน้อย ให้เขารู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว มีคนที่เห็นพวกเขาอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ แต่มีค่ามากสำหรับทำให้เรามีชีวิตอยู่ในออฟฟิศกันได้ทุกวัน

ลองคิดกันดูไหมครับว่า เวลามีคนทักว่า “เหนื่อยไหม สู้ๆ นะ” คุณรู้สึกอย่างไรกันบ้าง และคุณตอบกลับเขาว่าอะไร

ว่าแล้ว ลองไปถามคนข้างๆ คุณที่ทำงานกันด้วยนะครับว่า “เหนื่อยไหม สู้ๆ นะ” (หรือคำพูดอะไรก็ได้ที่ให้กำลังใจเขานั่นแหละครับ ^^)

ภาพจาก: http://www.projectwalk.org/