แม้ว่าใน Job Description ของงานในปัจจุบันมักจะบอกว่าให้พนักงานสามารถทำงานแบบ Multitasking ได้ จนกลายเป็นความคิดกันว่ามันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของคนในปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว Multitasking นั้นกลับไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกแนะนำเสียเท่าไรนัก แถมออกจะเป็นสิ่งที่หนังสือพัฒนาตัวเองหรือสอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพบอกให้เลิกทำเสียด้วย

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผมลองรวบรวมข้อคิดต่างๆ ที่ผมประสบกับตัวเองและอ่านหนังสือมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

1. Multitasking คือการทำงานแบบไม่โฟกัส

บางคนจะคิดว่าการทำงานแบบ Multitasking นั้นดีเพราะสามารถทำได้หลายๆ งานพร้อมๆ กัน​ ซึ่งนั่นน่าจะหมายความว่าเราสามารถทำงานให้เสร็จพร้อมๆ กันได้แทนที่จะทำเสร็จไปทีละงาน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมเชื่อว่าสิ่งที่หลายๆ คนก็พอจะรู้กันอยู่ก็คือการทำงานแบบโฟกัสทีละงานนั้นได้ผลดีกว่า การทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า ได้งานที่มีคุณภาพมากกว่า แถมใช้เวลาน้อยกว่าการทำงานแบบ Multitasking เสียอีก ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลาที่เรากำลังโฟกัสกับงานนั้น ทำให้สมองของเราถูกใช้งานอย่างเต็มที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ สามารถนำไปสู่การคิดที่ลึกซึ้งและมองรายละเอียดต่างๆ ได้ดีกว่าการมองทั่วๆ ไป และแน่นอนว่านั่นทำให้งานที่เกิดขึ้นจากการโฟกัสจะได้ผลดีกว่าเป็นไหนๆ แถมพอไม่ต้องคิดๆ หยุดๆ แล้วก็ทำให้ความคิดต่างๆ ต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่าทำงานแบบต้องทำๆ หยุดๆ นั่นแหละ

2. การทำงานหลายๆ โปรเจคพร้อมกันไม่ได้แปลว่าทำงานแบบ Multitasking

เราอาจจะเห็นคนเก่งๆ หลายคนสามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาทำงานทุกอย่างพร้อมๆ กัน อันที่จริงถ้าเราไปดูพฤติกรรมของพวกเขาแล้วมันจะออกไปในทางลักษณะทำทีละงานได้อย่างรวดเร็วและค่อยไปสู่โปรเจคถัดไป ซึ่งพอกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วก็เลยดูเหมือนว่าในแต่ละวันนั้นพวกเขาสามารถทำงานได้หลายโปรเจค สามารถรับงานได้มากกว่าคนทั่วๆ ไป

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราไปดูคนที่ทำงานแบบ Multitasking ประเภททำทุกๆ อย่างพร้อมกัน เดี๋ยวไอ้นั่นมาขัด เดี๋ยวสลับหัวไปคุยงานนั้น สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าทำงานแบบพอเสร็จไปได้แต่ก็ไม่ได้งานที่ดีสักเท่าไรนัก

3. มีไม่กี่คนที่ทำงาน Multitasking ได้ดีจริงๆ

ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นข้อมูลจากไหน แต่มีการพูดกันทำนองว่าในสัก 100 คนจะมีไม่ถึง 10 คนที่สามารถทำงาน Multitasking แล้ว “ได้ดี” จริงๆ ทั้งนี้เพราะพวกเขามีการถูกฝึกและปรับสมองให้สามารถรองรับการทำงานแบบนี้ได้

แต่สำหรับคนทั่วๆ ไปนั้น เราเป็นคนประเภทที่เหมาะกับการทำงานแบบใช้สมาธิมากกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมปัจจุบันนั้นเรามีสิ่งเร้าและสิ่งกวนใจอยู่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์เด้งเตือน แชทต่างๆ ซึ่งนั่นทำให้เราคุ้นเคยกับการทำตัวเองให้ใช้ชีวิตแบบ Multitasking จนดูเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถทำมันอย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างใด

 

พอเป็นแบบนี้แล้ว เราอาจจะต้องปรับวิธีคิดในการทำงานกันใหม่เพราะ Multitasking อาจจะเป็นสกิลที่ไม่ได้ทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพอย่างที่หลายๆ คนคิด มันอาจจะเป็นนิสัยพื้นฐานของคนปัจจุบันแต่ก็อาจจะเป็นอุปสรรคในการทำงานไปพร้อมๆ กันด้วย

ถ้าใครเจอภาวะที่ต้องทำงานหลายๆ โปรเจค มีหลายงานเข้ามาพร้อมๆ กัน สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การทำมันทุกงานไปพร้อมๆ กัน แต่มันคือการโฟกัสและจัดการไป “ทีละเรื่อง” นั่นแหละครับ