วันก่อนผมได้พูดเกริ่นๆ กันไปบ้างแล้วว่า Storytelling กลายเป็นเรื่องสำคัญกับการตลาด (และการตลาดนั่นแหละที่สร้างปัญหาให้กับมัน) วันนี้ผมเลยลองเรียบเรียงตัว Storytelling กันแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้วกันนะครับ

Storytelling ไม่ใช่เรื่องใหม่

อย่างที่บอกไปว่า “การเล่าเรื่อง” ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มันเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร ถ้าเรียนพวกสายศิลปศาสตร์ก็จะคุ้นๆ กันดีว่ามนุษย์พยายามจะสื่อสารเรื่องราวกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเรื่องราวต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนให้มนุษย์ก้าวไปข้างหน้าและเรียนรู้อยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้การ “เล่าเรื่อง” ก็เปลี่ยนถ่ายมาตามยุคสมัย ตั้งแต่การเล่นละคร การเขียนหนังสือ การออกอากาศทางวิทยุ การทำเป็นรายการทางโทรทัศน์ ซึ่งก็เป็นไปตามสื่อที่เกิดขึ้นในและยุค

Storytelling ไม่ได้จำเป็นต้องใช้วีดีโอเสมอไป

ถ้าจะมองดูดีๆ จะเห็นว่าการทำ Storytelling ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าจะต้องทำเป็นภาพเคลื่อนไหว หรือการทำวีดีโอแบบที่ตอนนี้หลายคนปักธงว่าจะต้องทำคลิปวีดีโอแบบที่ฮิตๆ กันตอนนี้แต่อย่างใด การ “เล่าเรื่อง” สามารถทำผ่านรูปแบบต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง ฯลฯ ซึ่งถ้ามองดูแล้วมันก็คือการสร้างคอนเทนต์ในแบบต่างๆ

Story เป็นสิ่งที่มนุษย์เราเสพได้ง่าย

เหตุผลง่ายๆ ที่นักการตลาดให้ความสนใจกับ Storytelling คือมนุษย์เรานั้นมักจะจดจำเรื่องราวได้เป็นสำคัญ ลองสังเกตกันก็ได้ครับว่าเรานั้นมักจะจำประสบการณ์เป็นเรื่องราวประเภทใครทำอะไร ที่ไหน รู้สึกอย่างไร หาใช่เป็นเพียงข้อมูลทื่อๆ

Story กลายเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องการ

การสร้างแบรนด์ก็เป็นเหมือนการสร้างข้อมูลให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมันก็พบว่าการให้คนจดจำแบรนด์ในแบบ “เรื่องราว” จะได้ผลและสร้างการจดจำได้มากกว่าการให้ข้อมูลแบบทื่อๆ แถมยังสามารถฝังแน่นได้มากกว่าด้วย

นอกจากนี้ “เรื่องราว” ที่โดนใจก็มักจะเป็นสิ่งที่คนต้องการ เพราะมันเป็นการตอบสนองความต้องกาารด้านอารมณ์ที่มีอยู่ในแต่ละคนนั่นแหละ

ทีนี้ถ้าเราดูกันดีๆ ในแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขาจะมี “เรื่องราว” ของแบรนด์ที่สร้างอย่างสม่ำเสมอให้คนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวต่างๆ ที่ออกมาตามช่วงเวลา ถ้าในยุคปัจจุบันที่เราจะคุ้นเคยก็คือการสร้างหนังโฆษณาประเภท “หนังแบรนด์” ที่ออกมาย้ำๆ จนคนสร้างเรื่องราวของแบรนด์ในความทรงจำของตัวเองได้ว่าแบรนด์เป็นแบบนั้นแบบนี้ (ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดคือชุดหนังโฆษณาของไทยประกันชีวิต)

บล็อกวันนี้ผมจะเล่าพื้นๆ เป็นจุดเริ่มต้นก่อน ไว้บล็อกถัดไปจะอธิบายเพิ่มว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำ Brand Storytelling คืออะไร และปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นคืออะไรนะครับ