ผมเชื่อว่าหลายๆ คนล้วนอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ บ้างก็อยากก้าวหน้า อยากได้เป็นผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือไม่ก็สามารถพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นเยอะๆ เพื่อที่วันหนึ่งจะสามารถก้าวขึ้นไปคว้าโอกาสดีๆ กับเขาได้

มันเลยไม่แปลกที่พวกเราถึงพยายามสร้างแรงบันดาลใจอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะผ่านคำคมของคนที่ประสบความสำเร็จหรือจากผู้รู้ในสาขาต่างๆ

แต่เคยคิดกันไหมครับว่าคนมากมายล้วนเคยอ่านคำคมเหล่านั้น เคยได้ยินคำพูดปลุกใจเหล่านั้น แต่ทำไมมีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จหรือใช้มันพลิกชีวิตตัวเอง? แล้วคนที่เหลือหายไปไหน ทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ใช้แรงบันดาลใจนั้น?

เรื่องนี้จริงๆ แล้วอาจจะกลับมาเรื่องง่ายๆ ที่วันนี้ผมก็หยิบมาคุยกับน้องในทีม นั่นคือการ “คิด” กับ “ลงมือทำ” นั้นเป็นคนละเรื่องกัน นอกจากนี้แล้ว ความคิดที่จะพลักดันตัวเองให้ก้าวไปอีกขั้นนั้นเป็นสิ่งที่อาจจะบอกกันได้ แต่คนที่จะรู้สึกและทำนั้นก็ต้องเป็นเจ้าตัวเอง จะเป็นคนอื่นไม่ได้

และผมมักพูดเสมอว่าสอนกันไม่ได้

ที่พูดอย่างนี้เพราะจากประสบการณ์ของผมแล้ว คนจำนวนมากก็บอกคล้ายๆ กันว่าอยากเก่งขึ้น อยากทำงานที่ดีกว่าคู่แข่ง อยากเก่งกว่าคนอื่นในรุ่นราวคราวเดียวกัน ฯลฯ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมมักจะเห็นคือการที่พวกเขาก็ “ทำเหมือนๆ กับคนอื่น”

ไอ้การ “ทำเหมือนๆ กับคนอื่น” นี่แหละครับคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนไม่ได้ไปไหน และไม่สามารถไปสู่เป้าหมายหรือการเป็น “ผู้ชนะ” ได้ ยิ่งถ้าเรามองว่าการทำงานคือการแข่งขันแล้ว ถ้าเราทำอะไรเหมือนๆ กับคนอื่นก็คงจะไม่มีวันที่จะชนะคู่แข่งได้เลย

แต่เอาเข้าจริงๆ เราจะเห็นคนส่วนใหญ่เลือกจะทำเหมือนๆ กับคนอื่น บ้างก็เพราะทำตามๆ กันมา บ้างก็อาจจะไม่อยากลองวิธีใหม่ๆ หรือบ้างก็ไม่อยากจะเหนื่อยหรือเปลืองตัว

พอมาอีหรอบนี้ มันก็ยากแล้วล่ะครับที่จะแตกต่างจากคนอื่นและโดดเด่นขึ้นมา

ในทางกลับกัน ถ้าเรามองดูพวกคนที่ประสบความสำเร็จหรือคนที่เขาได้ขึ้นไปรับโอกาสใหม่ๆ นั้น เรามักจะเห็นว่าเขาใช้ชีวิตในแบบที่ต่างจากคนทั่วไป อาจจะมีตั้งแต่เหนื่อยกว่า พยายามมากกว่า ทุ่มเทมากกว่า ตลอดไปจนถึงทำงานในวิธีที่แตกต่างจากคนทั่วไป บ้างก็ฉลาดกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า ฯลฯ และไอ้การมีความแตกต่างเนี่ยแหละที่ทำให้พวกเขาได้ผลลัพธ์บางอย่างกับชีวิตที่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งท้ายที่สุดก็จะทำให้เขามีของที่คนทั่วๆ ไปไม่มีโอกาสจะมี

ผมคุยกับน้องในทีมผมแล้วสรุปว่าถ้าอยากจะ “ชนะ” เราก็ต้องคิดแบบ “ผู้ชนะ” ไม่ใช่คิดแบบคนทั่วๆ ไปที่ลงแข่งขันเป็นพิธีหรือไม่ได้คิดจะเอาชัยชนะอะไร และนอกจากคิดแล้วเราก็ต้องลงมือทำในแบบผู้ชนะเขาทำกัน จะมาทำงานแบบทั่วๆ ไปไม่ได้

ซึ่งแน่นอนว่าชัยชนะและความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ “ลงทุน” กับมัน