ในช่วงหลังๆ มานั้น เราจะเห็นการพูดถึงเรื่องการที่ Facebook ลด Reach กันเป็นประเด็นที่ทำให้บรรดาแบรนด์ต่างๆ บ่นกันระงมจนเกิดความคิดทำนองว่าเราต้องลองไปใช้ช่องทางอื่นในการทำ Social Media Marketing กันเสียแล้ว

อันที่จริงแล้ว การคิดดังกล่าวอาจจะดูเป็นการรวบรัดไปเสียหน่อย เพราะเอาจริงๆ แล้วการที่เราจะทึกทักมองข้อเสียของ Facebook และอยากจะกระโดดหนีนั้นก็ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสักเท่าไร

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น บล็อกวันนี้ผมเลยหยิบประเด็นเรื่อง Facebook Reach ที่ลดลงมาแตกเป็นประเด็นๆ ที่นักการตลาดควรครุ่นคิดกันเสียหน่อยแล้วกันนะครับ

1. ยังไง Facebook ก็ยังเป็นช่องทางหลักของ Content Discovery ในปัจจุบัน

ต่อให้คุณจะบ่นว่า Facebook ลด Reach ของเพจคุณมากน้อยแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปเขาจะบ่นหรือหงุดหงิดกันเสียเมื่อไร เราต้องมองข้อเท็จจริงก่อนว่าทุกวันนี้ Facebook กลายเป็นช่องทางหลักที่คนใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากที่สุดช่องทางหนึ่ง ทั้งนี้เพราะพวกเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อคอนเทนต์ของเพจคุณอย่างเดียว แต่เขาต้องการเข้ามาเพื่อติดตามข่าวสารจากแหล่งต่างๆ รวมไปถึงเรื่องหลักๆ คือคอนเทนต์จากเพื่อนๆ เขานั่นเอง ฉะนั้นแล้ว ถ้าคุณคิดว่าจะกระโดดหนีจาก Facebook นั้น ก็ต้องรู้กันไว้ด้วยว่าคุณกำลังละฐานที่มั่นของช่องทางที่คนออนไลน์ใช้เวลามากที่สุด และมีคนมีใช้เยอะที่สุดด้วยนั่นเอง

2. การทำ Social Media Marketing คือการลงทุน (และแน่นอนว่ามันไม่ได้ฟรี)

หลายคนอาจจะเริ่มทำ Facebook ด้วยการเปิดเพจแบบฟรีๆ หรือหวังว่าเปิดร้านบน Facebook จะทำได้ง่ายๆ แบบที่หนังสือ How-to บอกกัน แต่คุณต้องไม่ลืมมองความจริงว่าท้ายที่สุดการตลาดมันก็ต้องมีการลงทุนในทางใดทางหนึ่ง จริงอยู่ว่ามันก็เพจที่อาจจะไม่ต้องเสียเงินในการโปรโมตแล้วดังได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นกับทุกคน (แถมในความจริงๆ มันเกิดขึ้นแสนยากอีกต่างหาก) ฉะนั้นแล้วการโปรโมตคอนเทนต์หรือโพสต์ของคุณก็เป็นการลงทุนอีกประเภทหนึ่งเช่นกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาบ่นว่าโดน Facebook กลั่นแกล้ง แต่คุณควรไปวางแผนและดูว่าจะลงทุนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดมากกว่า

3. คุณเริ่มทำ Reach Optimization หรือยัง

การลงทุนทำโฆษณาเพื่อโปรโมตคอนเทนต์ก็เป็นทางหนึ่งของการทำ Optimisation แต่นอกจากนั้นแล้ว คุณเองก็ต้องมองดูว่าคุณได้ศึกษาและมองหาวิธีการทำให้ Reach ของโพสต์คุณอยู่ในระดับที่ “ดี” หรือยัง เช่นวิธีการเลือกประเภทของคอนเทนต์ การเขียนคอนเทนต์ เนื้อหา เวลาที่โพสต์ ฯลฯ เพราะเวลาเราพูดเรื่อง Optimization นั้นสามารถทำได้หลากหลายและจริงๆ ก็ควรทำหลายๆ เทคนิคควบคู่กันไปด้วย

4. คุณเข้าใจเรื่อง Content Ecosystem อย่างไร

จริงอยู่ครับว่า Social Media Marketing มันคือยุคที่เราต้องคิดในโหลด Brand as Publisher กันแล้ว แต่เวลาเราพูดว่า Publisher นั้นไม่ใช่ว่าเราจะต้องใช้ Facebook อย่างเดียวเสียเมื่อไร เราลองมองบรรดาพวกนิตยสารดังๆ ที่ผันต้วเองมาสู่ดิจิทัลดูจะเห็นว่าเขาไม่ได้ใช้ Facebook ช่องทางเดียว แต่คือการสร้างเครือข่ายคอนเทนต์ที่เชื่อมต่อกัน ทั้งเว็บไซต์ Facebook Twitter เพื่อนำไปสู่ Content Discovery ครบวงจร ฉะนั้นแล้ว คุณเองก็ต้องกลับมาคิดดูว่าแบรนด์หรือธุรกิจของคุณสร้าง “วงจร” ไว้ขนาดไหน คุณหวังพึ่ง Facebook ช่องทางเดียวมากเกินไปหรือเปล่า มีวิธีใดที่จะ “เสริม” หรือ “เพิ่ม” ให้วงจรของคุณแข็งแกร่งขึ้นได้บ้าง?

4 เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นหลักๆ ที่ผมพูดเวลาคนมาคุยกับผมเรื่อง Facebook Reach ที่ลดลง ซึ่งเอาจริงๆ ผมว่ามันก็ส่งผลกระทบระดับหนึ่งสำหรับหลายๆ แบรนด์หลายๆ ธุรกิจที่หวังพึ่ง Facebook “มากเกินไป” ทั้งนี้ถ้านักการตลาดวางแผนเรื่องโครงสร้างสื่อดิจิทัลของตัวเองดีๆ แล้วก็อาจจะแทบไม่ได้รู้สึกถึงปัญหานี้เลยแม้แต่น้อย

ก็ลองเอามาฝากให้คิดกันนะครับ :)