วันนี้ผมอ่านบล็อกของ Inc อย่างปรกติทุกวัน แล้วก็ไปเจอเรื่องราวน่าสนใจที่บล็อกนั้นเอาข้อมูลสำรวจของ LinkedIn เกี่ยวกับพฤติกรรมการเปลี่ยนงานของพนักงานต่างๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็ออกจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญกับบริษัทอยู่ไม่น้อย (ในฐานะที่ภรรยาของผมเองก็ทำงานด้าน HR ด้วยเลยทำให้ผมได้รู้เรื่องพวกนี้อยู่พอสมควร) 

ใน Infographic ของ Visually ที่เอาข้อมูล LinkedIn นั้นมาทำให้เห็นภาพมากขึ้น ได้ระบุว่าทำการสำรวจ/สอบถามพนักงานต่างๆ ถึงเหตุผลที่จะโน้มน้าวหรือทำให้พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนงานที่ทำอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้ทำการสอบถามพนักงานที่เพิ่งเปลี่ยนงานไปสดๆ ร้อนๆ ถึงเหตุผลที่พวกเขาเปลี่ยนงาน สิ่งที่น่าสนใจ (ปนตกใจ) คือคำตอบของคนสองกลุ่มนี้แตกต่างกันอยู่ โดยมีผลดังนี้ครับ

3 เหตุผลที่ทำให้คน “อยาก” เปลี่ยนงาน

  1. ผลประโยชน์ / รายได้ที่ดีกว่าเดิม
  2. Work/Life Balance ที่ดีกว่าเดิม
  3. โอกาสในการก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

3 เหตุผลที่ทำให้คน “ตัดสินใจ” เปลี่ยนงาน

  1. โอกาสในการก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม
  2. การเป็นผู้นำของผู้บริหารที่ดีกว่าเดิม
  3. ผลประโยชน์ / รายได้ที่ดีกว่าเดิม

ความน่าสนใจของผลสำรวจมันอยู่ตรงที่แม้คนเราจะบ่นเรื่อง Work/Life Balance ประเภทงานหนัก เหนื่อย และทำให้คนมักบ่นว่าอยากลาออกนั้น แต่เอาจริงๆ มันไม่ใช่ปัจจัยที่หลายๆ คนใช้ตัดสินใจเปลี่ยนงาน แต่ในทางกลับกัน ความเป็นผู้นำของผู้บริหารกลับโผล่ขึ้นมาเป็นเหตุผลหลักที่คนตัดสินใจย้ายงาน แถมมีอิทธิพลสูงกว่าเรื่องผลประโยชน์เสียอีกต่างหาก

จุดที่น่าคิดคือหลายๆ คนมักมองว่าภาวะ “สมองไหล” หรือการโดน “ซื้อตัว” นั้นเกิดจากการใช้ผลประโยชน์ล่อตาล่อใจเป็นสำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ย้ายจริงๆ กลับย้ายเพราะเรื่องของโอกาสในการก้าวหน้าของการทำงาน และเรื่องการเป็นผู้นำของหัวหน้า/ผู้บริหาร ซึ่งสองอย่างนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ “บริหาร” ที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้างาน / ผู้บริหารเป็นสำคัญทีเดียว

ข้อมูลดังกล่าวก็คงน่าคิดสำหรับองค์กรไหนๆ ที่ต้องการจะรักษาพนักงานของตัวเองไว้ ว่าควรจะแก้ปัญหาที่ตรงไหนกันบ้างล่ะครับ

WhyPeopleResign